ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260

พระอาจารย์เกษม อาจิณณฺสีโล ในข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ หัวข้อข่าว " พระโลดโผน "

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

seree

๘.  ตติยโอวาทสูตร  สีน้ำเงิน เล่ม ๒๖ หน้า ๕๗๖ สีแดงหน้า ๕๓๒
                            ว่าด้วยการให้โอวาท
         [๔๙๔]  พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่      ณ  พระวิหารเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน   กรุงราชคฤห์.     ครั้งนั้นแล  ท่านพระมหากัสสปเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า      ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้ว       ถวายอภิวาทแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง   ครั้นนั่งเรียบร้อยแล้ว   พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสว่า  ดูก่อนกัสสป  เธอจงกล่าวสอนภิกษุทั้งหลาย   จงกระทำธรรมีกถาแก่ภิกษุทั้งหลาย  กัสสป  เราหรือเธอพึงกล่าวสอนภิกษุทั้งหลาย  เราหรือเธอพึงกระทำธรรมีกถาแก่ภิกษุทั้งหลาย.
         ท่านพระมหากัสสปได้กราบทูลว่า   ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เจริญภิกษุทั้งหลายในบัดนี้   เป็นผู้ว่ายาก ประกอบด้วยธรรมที่ทำให้เป็นผู้ว่ายากไม่อดทน  ไม่รับอนุศาสนีโดยเคารพ.
         [๔๙๕]  พ.  ดูก่อนกัสสป   ก็เป็นความจริงอย่างนั้น   ครั้งก่อน ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระ  เป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร   และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร      และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร    และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร  เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย   และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย      เป็นผู้สันโดษ  และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสันโดษ   เป็นผู้สงัดจากหมู่  และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสงัดจากหมู่  เป็นผู้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่  และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความไม่คลุกคลีด้วยหมู่  เป็นผู้ปรารภความเพียร  และกล่าวสรรเสริญ  คุณแห่งการปรารภความเพียร    บรรดาภิกษุเหล่านั้น    ภิกษุใดเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร  และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร  เป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร   และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร     เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร เป็นผู้ ทรงไตรจีวรเป็นวัตร   และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร    เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย    และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย     เป็นผู้สันโดษ   และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสันโดษ   เป็นผู้สงัดจากหมู่     และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสงัดจากหมู่  เป็นผู้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่   และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความไม่คลุกคลีด้วยหมู่   เป็นผู้ปรารภความเพียร   และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการปรารภความเพียร      ภิกษุทั้งหลาย   ผู้เป็นเถระย่อมนิมนต์เธอให้นั่งด้วย
คำว่า  มาเถิดภิกษุ   ภิกษุรูปนี้ชื่อไร  ช่างรุ่งเรืองหนอ  ใคร่ต่อการศึกษาแท้   มาเถิดภิกษุ   นี้อาสนะ   นิมนต์ท่านนั่ง   ดูก่อน กัสสป   เมื่อภิกษุ ทั้งหลายกระทำสักการะอย่างนั้น   ภิกษุใหม่ ๆ  พากันคิดเห็นว่า  ทราบว่า ภิกษุรูปที่ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร  และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร เป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร... เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร... เป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร... เป็นผู้มีความปรารถนาน้อย...  เป็นผู้สันโดษ...  เป็นผู้ชอบสงัดจากหมู่...  เป็นผู้ไม่คลุกคลี ด้วยหมู่...  เป็นผู้ปรารภความเพียร  และกล่าวสรรเสริญคุณแห่งการปรารภความเพียร  ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระย่อมนิมนต์เธอให้นั่งด้วยคำว่า มาเถิด ภิกษุ  ภิกษุรูปนี้ชื่อไร ช่างรุ่งเรืองหนอ  ใคร่ต่อการศึกษาแท้  มาเถิดท่าน นี้อาสนะ   นิมนต์ท่านนั่ง     ภิกษุใหม่ ๆ เหล่านั้นก็ปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนั้น  การปฏิบัติตามของพวกเธอนั้น เป็นการอำนวยประโยชน์สุขชั่วกาลนาน.
         [๔๙๖]    ดูก่อนกัสสป  ก็บัดนี้  ภิกษุทั้งหลายผู้เป็นเถระ  ไม่เป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร  และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร    ไม่เป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็น     และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ถือการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร    ไม่เป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร   และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงผู้บังสุกุลเป็นวัตร   ไม่เป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร   และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร   ไม่เป็นผู้มีความปรารถนาน้อยและไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความเป็นผู้มีความปรารถนาน้อย   ไม่เป็นผู้สันโดษ   และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสันโดษ    ไม่เป็นผู้สงัดจากหมู่  และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งความสงัดจากหมู่   ไม่เป็นผู้ไม่คลุกคลีด้วยหมู่  และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งการไม่คลุกคลีด้วยหมู่    ไม่เป็นผู้ปรารภความเพียร   และไม่กล่าวสรรเสริญคุณแห่งการปรารภความเพียร บรรดาภิกษุเหล่านั้น  ภิกษุใดเป็นผู้มีชื่อเสียง  มียศ  ได้จีวร  บิณฑบาตเสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร  พวกภิกษุผู้เป็นเถระย่อมนิมนต์เธอให้นั่งด้วยคำว่า  มาเถิดภิกษุ   ภิกษุรูปนี้ชื่อไร  ช่างรุ่งเรืองหนอ  ใคร่ต่อเพื่อนสพรหมจารีด้วยกันแท้  มาเถิดภิกษุ   นี้อาสนะ  นิมนต์ท่านนั่ง
ดูก่อนกัสสป   เมื่อภิกษุทั้งหลายกระทำสักการะอย่างนั้น   ภิกษุใหม่ ๆ พากันคิดว่า   ทราบว่า  ภิกษุที่มีชื่อเสียง  มียศ  ได้จีวร   บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร  พวกภิกษุผู้เป็นเถระพากันนิมนต์เธอให้นั่งด้วยคำว่า  มาเถิดภิกษุ   ภิกษุรูปนี้ชื่อไร   ช่างรุ่งเรืองหนอ ใคร่ต่อเพื่อนสพรหมจารีด้วยกันแท้  มาเถิดภิกษุ   นี้อาสนะ  นิมนต์ท่านนั่ง  ภิกษุใหม่ ๆ  เหล่านั้นก็ปฏิบัติเพื่อความเป็นอย่างนั้น  การปฏิบัติตามของพวกเธอนั้น  ไม่อำนวยประโยชน์  มีแต่ทุกข์ชั่วกาลนาน ดูก่อน กัสสป บุคคลเมื่อจะกล่าวโดชอบ ควรกล่าวว่า ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ถูกอันตรายแห่งพรหมจรรย์เบียดเบียนเสียแล้ว ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งมีความปรารถนาเกินประมาณ ถูกความปรารถนาเกินประมาณสำหรับพรหมจรรย์เบียดเบียนแล้ว ดูก่อน กัสสป บัดนี้  บุคคลเมื่อจะกล่าวโดยชอบ ควรกล่าวว่า    ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ถูกอันตรายแห่งพรหมจรรย์เบียดเบียนเสียแล้ว   ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ซึ่งมีความปรารถนาเกินประมาณ  ถูกความปรารถนาเกินประมาณสำหรับพรหมจรรย์เบียดเบียนเสียแล้ว.
                                         จบตติยโอวาทสูตรที่  ๘

magicmo

ขอบคุณมากๆเลยครับ

SITPU

'พระเกษม'ควงทนายพบตร.ตามหมายเรียก
คมชัดลึก 19 ตค 2554


พระเกษม อาจิณฺณสีโล หัวหน้าสำนักที่พักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ. น้ำหนาว จ. เพชรบูรณ์ ควงทนายเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก โดยมีลูกศิษย์ใช้รถยนต์ 20 คัน ตามให้กำลังใจ



       19 ต.ค.54 พ.ต.ท.เอนก ทิพย์สุวรรณ รองผกก.สส.สภ.น้ำหนาว อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ รับแจ้งความร้องทุกข์จาก นายเอนก สนามชัย ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยนายวิโรจน์ ไผ่ย้อย รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.)เพชรบูรณ์ กล่าวหา นายเกษม ดวงแพงมาก อายุ 51 ปี หรือ พระเกษม อาจิณฺณสีโล  ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พระครูศาสนูปกรณ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองอุดรธานีมีคำสั่งให้สึกภายใน 3 วัน แต่เมื่อครบกำหนดเวลาพระเกษมยังดื้อดึงไม่ยอมสึกและแต่งกายในชุดพระสงฆ์ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
ล่าสุด เวลา 10.00 น.วันที่ 19 ต.ค.54 พระเกษม พร้อมด้วยทหนายความและลูกศิษย์ได้พากันเดินทางด้วยรถยนย์จำนวน 20 คันออกจากสำนักสงฆ์เพื่อที่เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและขอต่อสู้คดีตามที่นายเอนก สนามชัย ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนาเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีกับพระเกษม ซึงพระเกษมก็ได้มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกโดย พ.ต.ท.เอนก ทิพย์สุวรรณ รอง ผกก. สส.สภ.น้ำหนาวเป็นผู้ออกหมายเรียก ทางพนักงานสอบสวนตั้งข้อกล่าวหานายเกษม(พระเกษม)กระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 208 ผู้ใดแต่งกายหรือใช้ครื่องแบบที่แสดงว่าเป็นภิกษุ สามเณร นักพรตหรือนักบวชศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเองเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

        อย่างไรก็ตาม พระเกษมได้เข้าพบและให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน พร้อมทั้งได้แต่งตั้งทนายความเพื่อต่อสู้คดีและในระหว่างการสอบสวนมีลูกศิษย์ของพระเกษมกว่า 20 คนนั่งรอนอกห้องสอบสวนเพื่อรอฟังผลการให้ปากคำซึ่งพระเกษมได้ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาและไม่ยอมสละสมณะเพศตามคำสั่งของคณะสงฆ์แต่อย่างใดและขอต่อสู้คดี พร้อมมอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว ขอปล่อยตัวพระเกษมชั่วคราวซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้คัดค้านการยื่นประกันตัวแต่อย่างใด.


prawatsamyaek


แก้ข่าวของ  นสพ.คม ชัด ลึก หน่อย

ข้อหาทางตำรวจแจ้งให้หลวงพ่อเกษมทราบ ไม่ใช่ อาญา 208  แต่เป็น มาตรา 43 ของ พรบ.สงฆ์

และไม่มีการยื่นทรัพย์สินเพื่อประกันตัวแต่อย่างใด เพราะว่า ตำรวจไม่ได้ทำการควบคุมตัวใดๆ เลย

วันนี้แค่ไปให้ปากคำแก่เจ้าหน้าที่ตามหมายเรียกเท่านั้น ไม่มีอะไรมากกว่านี้เลย

รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกดูตามลิงค์นี้  http://board.samyaek.com/board1/index.php?topic=4964.msg26208#msg26208

hattachai pojan

สื่อก็คือสื่อ ไม่ได้ลำเอียงแต่นำเสนอไม่หมด(ประมาณนั้น)..
            " สื่อ คม ชัด ลึก" ได้แต่เต้าข่าวเขียนความไป นึกตามไปว่าตนจะเขียนข่าวยังไงให้ผู้อ่านติดตามและคอยเขียนข่าวในเชิงลบตลอดเวลา เพื่อบั่นทอนความศรัทธา น่าเคารพ เลื่อมใส ของมหาชนที่มีต่อ"หลวงปู่ เกษม อาจิณฺณสีโล"ตรงกันข้าม" สื่อ" ไม่เคยกล่าวถึงที่มาแห่งคำสั่งสึก ว่ามีขั้นตอนเป็นมาอย่างไร ชอบหรือไม่ชอบ ด้วยตัวบทกฎหมาย มหาเถระสมาคมอาศัยมติใดในการระงับอธิกรณ์ที่เกิดขึ้นนี้ และพระวินัยบัญญัติก็มีวิธีระงับอธิกรณ์โดยตรงมีอยู่ แต่มหาเถระสมาคมลุแก่อำนาจไม่ปฏิบัติตามพระบัญญัติ มีโทษมาก" สื่อ "ไม่เคยเสนอเรื่องนี้ น่าคิดเหมือนกันนะว่า" สื่อ "คือ ผู้นำในการทำลายหรือเพิ่มพูนศรัทธาแก่มหาชนผู้โง่เขลา เบาปัญญา โดยการชักนำให้คล้อยตามด้วยวิธีต่างๆตามแต่" สื่อ "จะนึกได้ อันตรายมากนะครับ อันตรายมาก ทั้งผู้มีส่วนร่วมในสื่อและบุคคลโง่เขลาผู้คล้อยตาม...
            หากบุคคลไม่คิดให้รอบคอบคล้อยตาม"สื่อ"คอยให้แต่"สื่อ"เสนอแนวคิดและวิธีการต่างๆให้ คงไม่พ้น โดนเปรียบเช่นดังกับ ชาวนาสนตะพายควายแล้วบังคับไถนานั่นเอง...

Bubleboy


บ้านเมืองออนไลน์
เมื่อเวลา 8:28:00  วันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

พระเกษมมอบตัวสู้คดีแต่งชุดสงฆ์ขนลูกศิษย์มาเต็ม

พระเกษมระดมลูกศิษย์พร้อมทนายความเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ตามหมายเรียกแล้ว หลังจาก ผอ.ส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนา เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินคดีอาญาฐานแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ เผยระดมลูกศิษย์นับร้อยมาอารักขาเต็มโรงพัก ผวากลัวจะโดนจับเปลืองผ้าเหลือง ก่อนปฏิเสธข้อหาและยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวออกไปสู้คดี ขณะที่รักษาการ ผู้ว่าฯ เพชรบูรณ์ ยืนกรานพระเกษมต้องสึกพ้นผ้าเหลืองสถานเดียวชี้หากปล่อยไว้ส่งผลกระทบต่อวงการศาสนาอย่างร้ายแรงและเข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ...

รายละเอียดของข่าว : http://www.banmuang.co.th/crime.asp?id=250923

มติชนออนไลน์ : คลิกที่นี่ เพื่อไปที่ พระเกษมฯพร้อมทนายความรับทราบข้อกล่าวที่สภ.น้ำหนาวแล้ว ยันสู้คดี
คม ชัด ลึก : คลิกที่นี่ เพื่อไปที่ 'พระเกษม'ควงทนายพบตร.ตามหมายเรียก

watcharanon.k

สื่อ นับวันยิ่ง ตีข่าวไปมั่วซั่ว ไม่มีมูลความจริงมีแต่เพียงแค่ให้ขายข่าวได้ ประชาชนที่ไม่รู้เรื่องก็เสพแต่สื่ออย่างเดียว
ไม่ใช้หัวคิดและพิจารณาความจริง ความเท็จให้ทั่วถึง ไม่แปลกเลยที่ข่าวน้ำท่วมทุกวันนี้วุ่นวายไปต่างๆ สารพัด ชาวบ้านเดือดร้อน ตื่นตระหนกไปหมด ก็เพราะสื่อเป็นตัวการเร่งเร้าให้วุ่นวาย และฉิบหายไปตามๆ กันอย่างเห็นได้ชัด พวกสื่อหาความจริงกันหน่อย!!!ไม่ใช่นั่งเทียนเขียน ส่ง บรรณนาธิการ เพื่อเอาตัวรอดไปวัน ๆ

luecha

..........พูดถึงเรื่องน้ำท่วมแล้วน่าเศร้าใจ.......ก็รู้อยู่ว่าเขื่อนใหญ่ระบายน้ำ 100  ลบ.ม.ต่อวัน  มันเท่ากับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่พังทีเดียวสองเขื่อนต่อวัน.แล้วนี่ระบายอยู่5วัน ก็คูนเข้าไปแล้วมันจะไปเหลืออะไร.....แต่น้ำใช้เวลาเดินทางสองอาทิตย์กว่าๆจึงถึงนิคมอุตสาหกรรม.........มีเวลาป้องกันได้สบายๆ
แต่คาดไม่ถึงว่าพวกสมองอัจฉริยะทั้งหลายที่เก่งกาจทางธุรกิจการค้ารำรวย พันล้านหมื่นล้าน กลับ คิดไม่ออก............

                   ลือชา   วิไชยคำมาตย์

Angkhana

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 02, 2011, 01:34:29 AM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) »

piyawan


จากมติชนออนไลน์ - http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1320141995&grpid=03&catid=&subcatid=

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน  ว่า    พระเกษม อาจิณฺณสีโล เจ้าสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ได้แพร่คลิปวีดีโอผ่านทางเว็ปไซต์ยูทูป โดยหยิบอ้างเรื่องสาเหตุที่ทำให้เกิดภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ขึ้นภายในประเทศ เกิดจากพระเถระและพระมหาเถระทั้งหลาย ทำผิดพระวินัยกันทั้งประเทศและไม่พยายามแก้ไขจนทำให้เกิดความวิบัติขึ้น นอกจากนี้พระเกษมยังเรียกร้องให้ประชาชนที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ช่วยเก็บบันทึกภาพหรือบันทึกวีดีโอที่พระภิกษุแสดงพฤติกรรมละเมิดพระวินัยส่งมาให้ พร้อมกล่าวย้ำด้วยว่า "ถ้าใครไม่กล้ากัดเราจะกัดกับพระเถระประเทศนี้อืมๆๆหมั่นเขี้ยว"
 
นอกจากนี้ ในเว็บไซต์สำนักสงฆ์ฯดังกล่าวยังมีการแจ้งระดมลูกศิษย์ที่เป็นนักกฎหมายให้มาร่วมประชุมกัน โดยอ้างว่า ถ้าหากที่ประชุมไม่มีข้อขัดข้องใดๆก็จะมีงานสำคัญๆเกี่ยวกับพุทธศาสนาให้ได้ทำกัน  การทำงานครั้งนี้อาจจะเป็นการทำงานครั้งสำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุด  โดยไม่ทราบว่าเกิดมาอีกกี่ชาติจึงจะมีโอกาสได้ทำงานที่สำคัญและยิ่งใหญ่เช่นนี้
 
ข่าวแจ้งว่า ความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบการใช้ที่ดินของสำนักสงฆ์ป่าสามแยกนั้น ล่าสุดคณะทำงานที่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์ฯ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว แต่ปรากฏว่ายังไม่มีการเรียกประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้จ.เพชรบูรณ์เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้ โดยแหล่งข่าวจากคณะทำงานแจ้งว่ารายงานการตรวจสอบได้จัดส่งไปถึงมือทั้งประธานคณะกรรมการและเลขานุการฯแล้ว แต่ไม่ทราบสาเหตุว่าเพราะเหตุไรจึงยังไม่มีการเรียกประชุม
 
ส่วนการดำเนินคดีกับพระเกษมในข้อหาขัดคำสั่งคณะสงฆ์นั้น ล่าสุดทางพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว ยังไม่สามารถ ส่งสำนวนคดีให้พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหล่มสักได้ทันวันที่ 3 พฤศจิกายน เนื่องจากยังขาดเอกสารตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือจากกองพิสูจน์




  คลิปวีดีโอประกอบข่าว




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 02, 2011, 01:25:16 AM โดย พระวัดสามแยก »

wshop773

22 บุคคลดังจากข่าวเด่นแห่งปี 2554
จาก : http://hilight.kapook.com/view/65497



อันดับที่ 17. พระเกษม พระอยากดัง?

               ก็ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับวงการสงฆ์ของไทยได้ หลังพระเกษม อาจิณณสีโล อายุ 51 ปี เจ้าสำนักสงฆ์สามแยก จ.เพชรบูรณ์ มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ยกขาถีบโต๊ะเก้าอี้ ต่อหน้าญาติโยมที่นำอาหารมาทำบุญ อีกทั้งยังพูดจาหยาบคาย ท้าทายให้นักข่าวคนดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา มาสัมภาษณ์ พร้อมทั้งประกาศจุดยืนว่า จะไม่กราบไหว้บูชารูปปั้นพระพุทธรูปต่อไป แต่ที่สำคัญ คือ มีผู้ถ่ายคลิปและได้เผยแพร่ลงเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ไปยังทั่วโลก หลายฝ่ายจึงเกรงว่าจะกระทบภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ในประเทศไทย และภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนา

               เมื่อเป็นเรื่องราวใหญ่โตกันขึ้น และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในวงสังคมอย่างหนัก อีกทั้งประชาชนต่างร้องเรียนเข้ามามากถึงความไม่เหมาะสม ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จึงได้หารือกับเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเป็นต้นสังกัดที่พระเกษมอุปสมบท ได้ ออกประกาศคำสั่งให้ พระเกษม สละสมณเพศ ภายใน 3 วัน แต่พระเกษมก็ยืนกรานว่าจะไม่ยอมสึกจากการเป็นพระภิกษุสงฆ์โดยเด็ดขาด พร้อมยืนยันว่า สิ่งที่ตนทำไปก็เพื่อให้ทางคณะเถรสมาคมรักษาวินัยมาก ขึ้น  ไม่ใช่เอาแต่ปลุกเสก ให้คนร่วมทำบุญไปสร้างนู่น สร้างนี่ ซึ่งทั้งหมดนั้นมันผิดวินัย แต่สุดท้ายเรื่องราวของพระเกษมก็ค่อย ๆ คลี่คลายและเงียบหายไปจากสังคมไทย

SITPU

อัยการเลื่อนฟังคำสั่งฟ้อง'พระเกษม'
http://youtu.be/hG1GstNz-vs

 'พระเกษม' เข้าพบ พนง.อัยการจังหวัดหล่มสัก ตามคำนัดเพื่อรับฟังคำสั่งว่า จะสั่งฟ้องในข้อหา "กระทำผิดกฎหมายพระราชบัญญัติสงฆ์ พ.ศ.2535 มาตรา 27 วรรค 3,43" หรือไม่ แต่อัยการขอเลื่อนออกไปเป็น 23 มี.ค.

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 ก.พ. 55  พระเกษม อาจุณณฺสีโล เจ้าสำนักสงฆ์วัดป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ และลูกศิษย์ จำนวนมาก ได้เดินทางมาพบกับพนักงานอัยการจังหวัดหล่มสัก ตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ เพื่อมารับฟังคำสั่งว่า ทางสำนักงานอัยการจังหวัดหล่มสัก จะดำเนินการสั่งฟ้องร้อง พระเกษมฯ ในข้อหา "กระทำผิดกฎหมายพระราชบัญญัติสงฆ์ พ.ศ.2535 มาตรา 27 วรรค 3,43" ฐานความผิด เป็นพระภิกษุที่ต้องคำวินิจฉัยให้สละสมณะเพศ แต่ไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัย ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.น้ำหนาว ไว้ก่อนหน้านี้ หรือไม่นั้น

          ในการเดินทางมาพบกับพนักงานอัยการ ในครั้งนี้มีนายชนม์อนุพงศ์  ชัยธนาวิรัตน์ ทนายความฝ่ายพระเกษม เป็นผู้พามาโดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในการเข้าพบกับพนักงานอัยการ ก่อนจะเดินทางกลับไปยังวัดสามแยก โดยทางพนักงานอัยการจังหวัดหล่มสัก ได้ขอเลื่อน การเดินทางมารับฟังคำสั่ง ของพระเกษม จากวันที่ 16 ก.พ. ออกไปเป็นวันที่ 23 มี.ค. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากขณะนี้สำนวนของพนักงานสอบสวน ที่รวบรวมมาได้ยังไม่สมบูรณ์ และทางอัยการจังหวัดหล่มสัก ได้สั่งการให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว ไปดำเนินการสอบสวนหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งการเดินทางมาพบกับทางพนักงานอัยการในครั้งนี้บรรยากาศเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย

          ขณะที่พระเกษม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เป็นข่าวขึ้น มีลูกศิษย์เพิ่มมากขึ้น ขณะที่สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดเพชรบูรณ์ มีคำสั่งให้ดำเนินการเอาผิดกับพระสงฆ์ที่ออกมาเรี่ยไร ทรัพย์สินของประชาชน เพราะถือเป็นความผิด เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางพระเกษม ระบุยังไม่พอใจ ถ้าจะจับจริง ๆ ต้องจับพระเถระ ที่มีเงิน มาจับลูกกระจ๊อกทำไม

          "ตัวฝากไว้เป็นร้อยล้านไม่จับ ฝากไว้ทำไม นั่นตัวการ ที่เรี่ยไรตามเล็ก ๆ น้อย ๆ วันหนึ่งได้ไม่กี่หมื่นหรอก ตัวการใหญ่คือพวกที่เอาไปฝากกับธนาคาร พวกหาเช้ากินค่ำไม่น่าไปยุ่งกับพวกเขามาก ถ้าผู้ใหญ่แก้พวกนี้ก็ไม่กล้าทำ ที่กล้าทำเพราะผู้ใหญ่ไม่แก้ พร้อมทั้งอยากให้พระผู้ใหญ่ ต้องเป็นผู้ไม่หาเงิน ต้องเป็นผู้ไม่เกี่ยวข้องกับเงิน ต้องให้อุบาสกเขาเป็นคนจัดการ มันดีกว่าจะไปจัดการเงินเสียเอง"

 

wshop773

เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์
อัยการจังหวัดสั่งฟ้องพระเกษม

>>>กดเพื่อรับชม<<<


เนชั่นทันข่าว
อัยการสั่งฟ้องพระเกษมข้อหาขัดขืนคำสั่งพระเถระ

http://breakingnews.nationchannel.com/home/read.php?newsid=635255


สั่งฟ้อง'พระเกษม'ขัดขืนคำสั่งพระเถระ
http://tnews.teenee.com/crime/80971.html