ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260

พระอาจารย์เกษม อาจิณณฺสีโล ในข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ หัวข้อข่าว " พระโลดโผน "

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

kralabu_ning

รายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ หัวข้อข่าว “ พระโลดโผน”   วันที่ 20 กย. 2554   ช่วงเวลา06.37 – 06.41.54
ทางรายการได้นำ คลิปยูทูปที่พระอาจารย์เกษม อาจิณฺณสีโล ได้แสดงธรรมไว้ ที่โรงรับจังหัน  นำไปเสนอข่าวในรายการ

 

เข้าไปดูการรายงานข่าวรายการย้อนหลังได้ที่   http://www.me.in.th/live/index1.php    โดยกดเลือกช่อง 3 วันที่ 20 กย.2554  และเลือกช่วงเวลา ตั้งแต่ 06.37 – 06.41.54  .... โดยรายการได้นำบางส่วนจากคลิปยูทูป ไปเสนอข่าว



:- อ้างอิง จากยูทูป

 


Pimsasipa

รายการ "เช้าข่าวข้น คนข่าวเช้า"ทางช่อง 9 ที่มีคุณกนก รัตน์วงศ์สกุลจัดรายการ ก็มีนำไปออกอากาศเช่นกันค่ะ ช่วงเวลาประมาณ 06.20 น.

kralabu_ning

หัวข้อ " สำนักสามแยก (ป.ม.) นี่หรือพระที่พวกคุณกราบไหว้????? "

เมื่อก่อนได้แต่ดูเฉยๆ ไม่ยี่หระต่อการกระทำของคนคนี้
แต่ครั้งนี้มันทนดูไม่ได้จริงๆ เสื่อมมากๆ
ใครเคารพเทิดทูนก็เข้ามาดูหน่อย

ถ้ายังคงเชื่อ I ้ อลัชชีคนนี้อย่างสุดจิตสุดใจ
ก็คงจะเป็นกรรมเก่าของท่านละครับ


:- จาก web พันทิพย์

1. http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y11089339/Y11089339.html

2. http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y11087042/Y11087042.html

3. http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y11086730/Y11086730.html

4. http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y11089610/Y11089610.html

มีอีกหลายกระทู้ ในweb พันทิพย์ .....   ฯลฯ




แจ้งสมาชิกและญาติธรรมทุกท่าน   … การนำความคิดเห็นส่วนตน เพื่อเอาไปโต้เถียง อันอาจจะก่อให้เกิดโทษ และบาปแก่ตน ไม่สมควรค่ะ ....  แต่การนำพระธรรมวินัยไปชี้แจ้งแก่ข้อกล่าวหา   นั้นจะก่อให้เกิดบุญกุศลมากกว่า 

CONAN

สวัสดีครับ

ผมได้ตัดต่อช่วงที่พูดถึงหลวงปู่ไว้นะครับ

ให้ดาวโหลดไดที่นี้นะครับ


http://www.upload-thai.com/download.php?id=7fdbc8797622b61a2f0a441f4ef7e514

เหน่ง  ครับ


ploypet

เมื่อเช้าได้ดูเหมือนกันคะ  ก็บอกลูกและสามีว่า  ให้ทำจิตเป็นกลางอย่าไปเชื่อในข่าวเพราะเพียงแค่เห็นแค่ไม่กี่นาที
เก่งจริงรายการนี้ น่าจะมาสัมภาษณ์หลวงปู่เอง      จะได้รู้ว่าที่หลวงปู่สอนถูกต้องตามพระธรรมวินัยที่สุดแล้ว     เรา
น่าจะถือเป็นโอกาสแนะนำสิ่งที่ถูกต้อง ให้คนที่เขาไม่รู้ไม่เคยศึกษาได้เรียนรู้นะคะคงจะมีคนเข้าเวปสามแยกนี้มากขึ้น 

โลกธรรมแปด เป็นสิ่งที่ทุกคนได้เจอไม่เว้นแม้แต่พระพุทธเจ้าที่เราเคารพและศรัทธามากที่สุด  มีสรรเสริญ ก็มีนินทา 
มีทุกข์  ก็มีสุข   มีลาภ ก็มีเสื่อมลาภ      มียศ ก็มีเสื่อมยศ    ทุกคนต้องประสบด้วยกันทั้งนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พวกเราลูกศิษย์วัดควรวางอุเบกขาเสีย

บุคคลผู้ไม่รู้เหล่านี้ อีกหน่อยเขาคงผจญอะไรอีกเยอะ  อย่าไปเพิ่มกรรมให้เขา  และอย่าไปเพิ่มวัฏฏให้ตัวเองเลย
จริงๆๆพวกเขาเป็นสื่อ  การสื่อออกแบบนี้ และเป็นสื่อสาธารณะด้วยคนดูหลายล้าน  คิดดูสิคะว่าวัฏฏจะขนาดไหน
เขาน่าสงสารกันหมดและคะ  คนดูที่ไม่รู้เรื่องอะไร แล้วไปตัดสินแค่เวลาไม่กี่นาทีนี้ก็ยิ่งน่าสงสารคะ

เราทำหน้าที่ของเราเผยแผ่สิ่งที่ถูกต้องตามพระไตรปิฏกให้เขารู้ในสิ่งที่ถูกต้อง เริ่มจากคนข้างๆเรา และขยายออกไปเรื่อย
ใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส  ในการสั่งสมบุญเราดีกว่าไหมคะ

สุนทรี  ล้อกาญจนกุล




ploypet

๕.  กาลามสูตร*

 

ว่าด้วยมิให้เชื่อโดยอาการ  ๑๐  อย่าง

 

พระเจ้าน้องยาเธอ   กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส  ทรงแปล

[๕๐๕]  สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคเจ้า  (ผู้มีคุณควรคบ  หรือมี

คุณควรนับถือ)   พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่   เสด็จจาริกไปในโกศลชนบท

(เมืองขึ้นในแว่นแควนโกศล)  บรรลุถึงเกสปุตตนิคม   (เมืองชื่อเกสปุตตะ)

ซึ่งเป็นที่อยู่แห่งหมู่ชนกาลามโคตร    (วงศ์กาลาม)    ชาวเกสปุตตนิคมได้

ทราบว่า พระสมณโคดมสักยบุตร (โอรสของกษัตริย์ชาติสักย) เสด็จออกผนวช

จากสักยสกุล    เสด็จมาถึงเกสปุตตนิคมแล้ว   จึงดำริว่า  กิตติศัพท์อันงามของ

พระสมณโคดม  ขจรไปแล้วอย่างนี้ว่า แม้เหตุนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็น

ผู้ไกลกิเลส   (สิ่งที่เกิดขึ้นในใจแล้วทำใจให้เศร้าหมอง มีโลภเป็นต้น ) แลเป็น

ผู้ควรไหว้ควรบูชา เป็นผู้รู้ชอบเอง เป็นผู้บริบูรณ์แล้วด้วยวิชชา และข้อปฏิบัติ

เครื่องดำเนินถึงวิชชา   เป็นผู้ไปแล้วดี  เป็นผู้รู้แจ้งโลก  เป็นผู้ฝึกบุรุษที่ควร

ฝึก  ไม่มีผู้อื่นจะยิ่งไปกว่า    เป็นผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย  เป็นผู้

*  บาลีเป็น   เกสปุตตสูตร



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 338

เบิกบานแล้ว    ในคุณทั้งปวงเต็มที่   เป็นผู้จำแนกแจกธรรมสั่งสอนประชุมชน

ท่านทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว  สอนโลกนี้กับทั้งเทวดามารพรหมและ

หมู่สัตว์   พร้อมทั้งสมณพราหมณ์และเทวดามนุษย์ให้รู้ตาม  ท่านแสดงธรรม

ไพเราะ   ทั้งในเบื้องต้นท่ามกลางที่สุด  ประกาศพรหมจรรย์  (ศาสนาคือคำ

สั่งสอน)   บริบูรณ์บริสุทธิ์สิ้นเชิง   การได้เห็นท่านผู้ไกลกิเลส    แลควรไหว้

ควรบูชาอันทรงคุณเช่นนี้  ย่อมเป็นคุณความดี    ให้ประโยชน์สำเร็จได้   ครั้น

ดำริอย่างนี้แล้ว    พร้อมกันไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า    บางพวกกราบไหว้ตาม

อาการของผู้เลื่อมใส      บางพวกเป็นแต่กล่าววาจาปราศรัยแสดงความยินดี

บางพวกเป็นแต่ประคองอัญชลีประณมมือ     บางพวกร้องประกาศชื่อแลโคตร

ของตน ๆ ต่างคน   นั่ง ณ ที่สมควรส่วนหนึ่ง   บางพวกนิ่งเฉยอยู่   ครั้นหมู่

กาลามชนชาวเกสปุตตนิคมนั้นนั่งเป็นปกติแล้ว    จึงทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า

มีสมณพราหมณ์พวกหนึ่ง    มาถึงเกสปุตตนิคมนี้    สมณพราหมณ์พวกนั้น

พูดแสดงแต่ถ้อยคำของตนเชิดชูให้เห็นว่า  ดีชอบควรจะถือตามถ่ายเดียว   พูด

คัดค้านข่มถ้อยคำของผู้อื่น   ดูหมิ่นเสียว่าไม่ดีไม่ชอบ   ไม่ควรจะถือตาม  ทำ

ถ้อยคำของตนให้เป็นปฏิปักษ์แก่ถ้อยคำของผู้อื่น ครั้นสมณพราหม์พวกหนึ่งอื่น

มาถึงเกสปุตตนิคมนี้อีก   ก็เป็นเหมือนพวกก่อน   เป็นอย่างนี้ทุก ๆ หมู่   จน

ข้าพระองค์มีความสงสัย    ไม่รู้ว่าท่านสมณะเหล่านี้   ใครพูดจริง   ใครพูดเท็จ

ดังนี้.

พระผู้มีพระภาคเจ้า   ตรัสตอบว่า  ควรแล้วท่านจะสงสัย   ความสงสัย

ของท่านเกิดขึ้นแล้วในเหตุควรสงสัยจริง    ท่านอย่าได้ถือโดยได้ฟังตาม

กันมา  อย่าได้ถือโดยลำดับสืบ ๆ กันมา   อย่าได้ถือโดยความตื่นว่า

ได้ยินอย่างนี้ๆ อย่าได้ถือโดยอ้างตำรา อย่าได้ถือโดยเหตุนึกเดาเอา

อย่าได้ถือโดยนัยคือคาดคะเน    อย่าได้ถือโดยความตรึกตามอาการ



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 339

อย่าได้ถือโดยชอบใจว่า   ต้องกันลัทธิของตน  อย่าได้ถือโดยเชื่อ

ว่า  ผู้พูดสมควรจะเชื่อได้  อย่าได้ถือโดยความนับถือว่า  สมณะผู้นี้

เป็นครูของเรา    เมื่อใดท่านรู้ด้วยตนนั่นแลว่า   ธรรมเหล่านี้    เป็นอกุศล

ธรรมเหล่านี้มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้ติเตียน ธรรมเหล่านี้   ใครประพฤติให้

เต็มที่แล้ว   เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์  เป็นไปเพื่อทุกข์  ดังนี้   ท่านควร

ละธรรมเหล่านั้นเสีย  เมื่อนั้น

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า   ตรัสห้ามไม่ให้ถือ  โดยอาการสิบอย่าง  มีถือ

โดยได้ฟังตามกันมาเป็นต้น   ให้พิจารณารู้ด้วยตนเองแล้ว  เว้นสิ่งที่ควรเว้นเสีย

อย่างนี้แล้ว    จะทรงแนะนำ   ให้กาลามชนได้ปัญญาพิจารณาเห็นสิ่งที่ควรเว้น

นั้นด้วยตนเอง  จึงตรัสปุจฉา ยกโลภะ (ความละโมบอยากได้เหลือเกิน) โทษะ

(ความมีใจโกรธขัดเคืองแล้ว  ประทุษร้ายใจตัวเองแลผู้อื่น) โมหะ (ความหลง)

ขึ้นถาม  ให้กาลามชนทูลตอบตามความเห็นโดยลำดับ  อย่างนี้

พ.  ท่านจะสำคัญความนั้นเป็นไฉน     โลภความอยากได้เมื่อเกิดขึ้น

ในภายในของบุรุษ     ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์หรือ     หรือเพื่อสิ่งที่ไม่เป็น

ประโยชน์

กา.  โลภนั้นย่อมเกิดขึ้นเพื่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.   บุรุษผู้โลภแล้ว    อันความโลภครอบงำแล้ว    มีใจอันความโลภ

ยึดไว้รอบแล้ว  ฆ่าสัตว์มีชีวิตบ้าง   ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้แล้วบ้าง   ถึง

ภรรยาผู้อื่นบ้าง  พูดเท็จบ้าง  ชักชวนผู้อื่นให้เป็นอย่างนั้นบ้าง  สิ่งใดเป็นไป

เพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์  เป็นไปเพื่อทุกข์แก่ผู้อื่นนั้น  สิ้นกาลนาน ผู้โลภแล้ว

ชักชวนผู้อื่นในสิ่งนั้น   อันจริงหรือไม่.

กา.  ข้อนี้จริงอย่างนั้น  พระพุทธเจ้าข้า



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 340

พ.   ท่านจะสำคัญความนั้นเป็นไฉน   โทษะความประทุษร้ายเมื่อเกิด

ขึ้นภายในของบุรุษ  เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์  หรือเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์.

กา.   โทษะนั้น  เกิดขึ้นเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.    บุรุษอันโทษะประทุษร้ายแล้ว   อันโทษะครอบงำแล้ว    มีใจอัน

โทษะยึดไว้รอบแล้ว   ฆ่าสัตว์มีชีวิตบ้าง  ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้แล้วบ้าง

ผิดในภรรยาผู้อื่นบ้าง พูดเท็จบ้าง  ชักชวนผู้อื่นให้เป็นอย่างนั้นบ้าง  สิ่งใดเป็น

ไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์    เป็นไปเพื่อทุกข์แก่ผู้อื่นนั้น    สิ้นกาลนาน   ผู้ที่

โทษะประทุษร้ายแล้ว   ชักชวนผู้อื่นในสิ่งนั้น   ข้อนี้จริงหรือไม่.

กา.   ข้อนี้จริงอย่างนั้น    พระพุทธเจ้าข้า.

พ.    ท่านจะสำคัญความนั้นเป็นไฉน    โมหะความหลงเมื่อเกิดขึ้นภาย

ในของบุรุษ  เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์  หรือเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์.

กา.   โมหะนั้นเกิดขึ้นเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.    บุรุษผู้หลงแล้ว    อันความหลงครอบงำแล้ว   มีใจอันความหลง

ยึดไว้รอบแล้ว  ฆ่าสัตว์มีชีวิตบ้าง  ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้แล้วบ้าง  ผิดใน

ภรรยาผู้อื่นบ้าง  พูดเท็จบ้าง   ชักชวนผู้อื่นให้เป็นอย่างนั้นบ้าง   สิ่งใดเป็นไป

เพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์    เป็นไปเพื่อทุกข์แก่ผู้อื่นนั้น    สิ้นกาลนาน   ผู้หลง

แล้วชักชวนผู้อื่นในสิ่งนั้น   ข้อนี้จริงหรือไม่.

กา.   ข้อนี้จริงอย่างนั้น   พระพุทธเจ้าข้า.

พ.    ท่านจะสำคัญความนั้นเป็นไฉน    ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล    หรือ

เป็นอกุศล

กา.   เป็นอกุศล  พระพุทธเจ้าข้า

พ.    มีโทษ  หรือไม่มีโทษ.



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 341

กา.  มีโทษ  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.   ท่านผู้รู้ติเตียน  หรือท่านผู้รู้สรรเสริญ.

กา.  ท่านผู้รู้ติเตียน  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.   ใครประพฤติให้เต็มที่แล้ว        เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์

เป็นไปเพื่อทุกข์หรือไม่  ความเห็นของท่านในข้อนี้เป็นอย่างไร.

กา.  ใครประพฤติให้เต็มที่แล้ว       เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์

เป็นไปเพื่อทุกข์  ความเห็นของข้าพระพุทธเจ้า  ในข้อนี้อย่างนี้.

พ.    เราได้กล่าวคำใดว่า  ท่านอย่าได้ถือโดยได้ฟังตามกันมา  อย่าได้

ถือโดยลำดับสืบ ๆ กันมา  อย่าได้ถือโดยความตื่นว่าได้ยินว่าอย่างนี้ ๆ อย่าได้

ถือโดยอ้างตำรา อย่าได้ถือโดยเหตุนึกเดาเอา    อย่าได้ถือโดยนัยคือคาดคะเน

อย่าได้ถือโดยความตรึกตามอาการ   อย่าได้ถือโดยชอบใจว่า  ต้องกันกับลัทธิ

ของตน  อย่าได้ถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้  อย่าได้ถือโดยความนับถือ

ว่าสมณะผู้นี้เป็นครูของเรา   เมื่อใดท่านรู้ด้วยตนนั่นแลว่า   ธรรมเหล่านี้เป็น

อกุศล   ธรรมเหล่านี้มีโทษ   ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้ติเตียน  ธรรมเหล่านี้  ใคร

ประพฤติให้เต็มที่แล้ว   เป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์  เป็นไปเพื่อทุกข์ ดังนี้

ท่านควรละธรรมเหล่านั้นเสีย  เมื่อนั้น   ดังนี้   คำนั้นเราได้อาศัยความข้อนี้แล

กล่าวแล้ว

พระผู้มีพระภาคเจ้า    ทรงแนะนำให้กาลามชนได้ปัญญาพิจารณาเห็น

สิ่งที่ควรเว้นนั้นด้วยตนเองอย่างนี้แล้ว  ตรัสสอนให้พิจารณาให้รู้ด้วยตนเองแล้ว

ทำสิ่งที่ควรทำต่อไปว่า ท่านอย่าได้ถือโดยได้ฟังตามกันมา  อย่าได้ถือโดยลำดับ

สืบ ๆ กันมา  อย่าได้ถือโดยความตื่นว่าได้ยินว่าอย่างนี้  ๆ  อย่าได้ถือโดยอ้าง

ตำรา  อย่าได้ถือโดยเหตุนึกเดาเอา   อย่าได้ถือโดยนัย  คือคาดคะเน  อย่าได้-



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 342

ถือโดยความตรึกตามอาการ  อย่าได้ถือโดยชอบใจว่า    ต้องกันกับลัทธิของตน

อย่าได้ถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้  อย่าได้ถือโดยความนับถือว่า สมณะ

ผู้นี้เป็นครูของเรา  เมื่อใดท่านรู้ด้วยตนนั่นแลว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรม

เหล่านี้ไม่มีโทษ    ธรรมเหล่านี้ ท่านผู้รู้สรรเสริญ    ธรรมเหล่านี้ใครประพฤติ

ให้เต็มที่แล้วเป็นไปเพื่อประโยชน์   เป็นไปเพื่อสุข  ดังนี้    ท่านควรถึงพร้อม

ธรรมเหล่านั้นอยู่   เมื่อนั้น.

ครั้นตรัสสอนอย่างนี้แล้ว     ตรัสปุจฉายก    อโลภะ    (ความไม่โลภ)

อโทษะ    (ความมีใจไม่ขัดเคือง   ไม่ประทุษร้ายใจตัวเองแลผู้อื่น)    อโมหะ

(ความไม่หลง)  ขึ้นถาม   ให้กาลามชนทูลตอบตามความเห็นโดยลำดับดุจหน-

หลัง  ดังนี้

พ.   ท่านจะสำคัญ ความนั้นเป็นไฉน อโลภะความไม่อยาก เมื่อเกิดขึ้น

ภายในแห่งบุรุษ  เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์  หรือเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์.

กา.  อโลภะนั้นย่อมเกิดขึ้น  เพื่อประโยชน์  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.   บุรุษผู้ไม่โลภแล้ว     อันโลภไม่ครอบงำแล้ว     มีใจอันโลภะ

ไม่ยึดไว้รอบแล้ว  ไม่ฆ่าสัตว์มีชีวิต  ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าไม่ให้แล้ว   ไม่ผิดใน

ภรรยาผู้อื่น  ไม่พูดเท็จ   ชักชวนผู้อื่นให้เป็นอย่างนั้น   สิ่งใดเป็นไปเพื่อประ-

โยชน์  เพื่อสุขแก่ผู้อื่นนั้นสิ้นกาลนาน  ผู้ไม่โลภแล้ว    ชักชวนผู้อื่นในสิ่งนั้น

ข้อนี้จริงหรือไม่.

กา.  ข้อนี้จริงอย่างนั้น   พระพุทธเจ้าข้า.

พ.   ท่านจะสำคัญความนั้นเป็นไฉน     อโทษะความไม่ประทุษร้าย

เมื่อเกิดขึ้นภายในแห่งบุรุษ    ย่อมเกิดขึ้นเพื่อประโยชน์     หรือเพื่อไม่เป็น

ประโยชน์.

กา.  อโทษะนั้น   เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์  พระพุทธเจ้าข้า.



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 343

พ.    บุรุษอันโทษะไม่ประทุษร้ายแล้ว   อันโทษะไม่ครอบงำ   มีใจ

อันโทษะไม่ยึดไว้รอบแล้ว  ไม่ฆ่าสัตว์มีชีวิต  ไม่เองสิ่งที่เจ้าของเขาไม่ให้แล้ว

ไม่ผิดในภรรยาผู้อื่น   ไม่พูดชักชวนผู้อื่นให้เป็นอย่างนั้น   สิ่งใดเป็นไปเพื่อ

ประโยชน์เพื่อสุขแก่ผู้อื่นนั้น    สิ้นกาลนาน  ผู้อันโทษะไม่ประทุษร้าย  ชักชวน

ผู้อื่นในสิ่งนั้น    ข้อนี้จริงหรือไม่.

กา.   ข้อนี้จริงอย่างนั้น  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.    ท่านจะสำคัญความนี้เป็นไฉน  อโมหะความไม่หลง  เมื่อเกิดขึ้น

ภายในแห่งบุรุษ    เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์  หรือเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์.

กา.   อโมหะนั้น   เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.    บุรุษผู้ไม่หลงแล้ว       อันความหลงไม่ครอบงำแล้ว      มีใจอัน

ความหลงไม่ยึดไว้รอบแล้ว  ไม่ฆ่าสัตว์มีชีวิต  ไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ให้

แล้ว   ไม่ผิดในภรรยาผู้อื่น  ไม่พูดเท็จ    ชักชวนผู้อื่นให้เป็นอย่างนั้น  สิ่งใด

เป็นไปเพื่อประโยชน์  เพื่อสุขแก่ผู้อื่นนั้น  สิ้นกาลนาน  ผู้ไม่หลงแล้ว   ชักชวน

ผู้อื่นในสิ่งนั้น    ข้อนี้จริงหรือไม่.

กา.    ข้อนี้จริงอย่างนั้น  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.     ท่านจะสำคัญความนั้นเป็นไฉน   ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล หรือเป็น

อกุศล.

กา.    เป็นกุศล  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.     มีโทษ  หรือไม่มีโทษ.

กา.    ไม่มีโทษ  พระพุทธเจ้าข้า.

พ.     ท่านผู้รู้ติเตียน  หรือท่านผู้รู้สรรเสริญ.

กา.    ท่านผู้รู้สรรเสริญ  พระพุทธเจ้าข้า.



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 344

พ.  ใครประพฤติให้เต็มที่แล้ว  เป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อสุขหรือไม่

ความเห็นของท่านในข้อนี้  เป็นอย่างไร.

กา.  ใครประพฤติให้เต็มที่แล้ว    เป็นไปเพื่อประโยชน์   เพื่อสุข

ความเห็นของข้าพระพุทธเจ้าในข้อนี้เป็นอย่างนี้.

พ.   เราได้กล่าวคำใดว่า   ท่านทั้งหลายอย่าได้ถือโดยได้ฟังตามกันมา

อย่าได้ถือโดยลำดับสืบ ๆ กันมา อย่าได้ถือโดยความตื่นว่า  ได้ยินว่าอย่างนี้  ๆ

อย่าได้ถือโดยอ้างตำรา   อย่าได้ถือโดยเหตุนึกเดาเอา  อย่าได้ถือโดยนัย  คือ

คาดคะเน  อย่าได้ถือโดยความตรึกตามอาการ  อย่าได้ถือโดยชอบใจว่าต้องกัน

กับลัทธิของตน    อย่าได้ถือโดยเชื่อว่า  ผู้พูดสมควรจะเชื่อได้  อย่าได้ถือ

โดยความนับถือว่า  สมณะผู้นี้เป็นครูของเรา  เมื่อใด   ท่านรู้ด้วยตนนั่นแลว่า

ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล   ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ    ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ

ธรรมเหล่านี้   ใครประพฤติให้เต็มที่แล้ว  เป็นไปเพื่อประโยชน์ เป็นไปเพื่อสุข

ดังนี้   ท่านควรถึงพร้อมธรรมเหล่านั้นอยู่เมื่อนั้น    ดังนี้   คำนั้นเราได้อาศัย

ความข้อนี้แลกล่าวแล้ว.

พระผู้มีพระภาคเจ้า   ทรงแนะนำให้กาลามชนได้ปัญญา พิจารณาเห็น

ด้วยตนเองแล้ว   ทำสิ่งที่ควรทำอย่างนี้แล้ว   ทรงแสดงอานิสงส์อันชนผู้ปฏิบัติ

อย่างนั้น  จะพึงได้จะพึงถึงดังนี้ว่า อริยสาวกนั้นปราศจากความโลภ ปราศจาก

พยาบาทแล้ว ไม่หลงแล้ว  อย่างนี้  มีสติรู้รอบคอบ   ใจประกอบด้วยเมตตา

คือ    ปรารถนาให้หมู่สัตว์ได้ความสุขทั่วหน้า   มีใจประกอบด้วยกรุณา    คือ

ปรารถนาให้หมู่สัตว์พ้นจากทุกข์ทั่วหน้า   มีใจประกอบด้วยมุทิตา  คือ  ร่าเริง-

บันเทิงต่อสมบัติที่สัตว์อื่นได้  แลมีใจประกอบด้วยอุเบกขา คือ ตั้งใจเป็นกลาง

ไม่ลำเอียงเข้าข้างไหน      แผ่อัปปมัญญา (ภาวนาที่แผ่ไปในหมู่สัตว์ไม่มี

ประมาณ)   พรหมวิหาร   (ธรรมเป็นที่อยู่ของผู้ประเสริฐ)   สี่ประการนี้ไป



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 345

ตลอดทิศที่หนึ่ง  ที่สอง ที่สาม ที่สี่ มีใจประกอบด้วยเมตตา  (ความปรารถนา

ให้เป็นสุข)  กรุณา   (ความปรารถนาให้พ้นจากทุกข์)   มุทิตา   (ความร่าเริง

ยินดีต่อสมบัติที่ผู้อื่นได้)  อุเบกขา  (ความเฉยเป็นกลาง)   ไพบูลย์เต็มที่  เป็น

จิตใหญ่มีสัตว์หาประมาณมิได้เป็นอารมณ์    ไม่มีเวร   ไม่มีความเบียดเบียน

แผ่อัปปมัญญาพรหมวิหารตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวง  ในที่ทั้งปวง  ด้วยความ

เป็นผู้มีใจในสัตว์ทั้งปวง   ทั้งทิศเบื้องบนเบื้องต่ำเบื้องขวาง     ดังนี้ อยู่เสมอ

อริยสาวกนั้นมีจิตหาเวรมิได้   อย่างนี้    มีจิตหาความเบียดเบียนมิได้  อย่างนี้

มีจิตไม่เศร้าหมองแล้ว   อย่างนี้   มีจิตหมดจดแล้ว  อย่างนี้   เธอได้ความอุ่นใจ

สี่ประการในชาตินี้   ความอุ่นใจที่หนึ่งว่า  ถ้าโลกเบื้องหน้ามีอยู่.  ผลแห่งกรรม

ที่สัตว์ทำดีทำชั่วมีอยู่    ข้อนี้เป็นสถานที่ตั้งซึ่งจะเป็นได้    คือเบื้องหน้าแต่กาย

แตกตายไปแล้ว   เราจะเข้าไปถึงสุคติโลกสวรรค์ดังนี้   ความอุ่นใจนี้ อริยสาวก

ได้แล้วเป็นที่หนึ่ง  ความอุ่นใจที่สองว่า  ถ้าโลกเบื้องหน้าไม่มี ผลแห่งกรรมที่

สัตว์ทำดีทำชั่วก็ไม่มี    เราก็จะรักษาตนให้เป็นคนไม่มีเวร    ไม่มีความลำบาก

ไม่มีทุกข์  มีแต่สุขในชาตินี้   ดังนี้   ความอุ่นใจนี้   อริยสาวกได้แล้วเป็นที่สอง

ความอุ่นใจที่สามว่า    ถ้าเมื่อบุคคลทำบาป    บาปชื่อว่าเป็นอันทำ   เราไม่ได้

คิดบาปให้แก่ใคร ๆ ไหนเลยทุกข์จักมาถูกต้องเราผู้ไม่ได้ทำบาปดังนี้    ความ-

อุ่นใจนี้  อริยสาวกได้แล้วเป็นที่สาม  ความอุ่นใจที่สี่ว่า   ถ้าเมื่อบุคคลทำบาป

บาปไม่ชื่อว่าเป็นอันทำ เราก็ได้พิจารณาเห็นตนเป็นคนบริสุทธิ์ แล้วทั้งสองส่วน

ดังนี้     ความอุ่นใจนี้อริยสาวกได้แล้วเป็นที่สี่     อริยสาวกนั้นมีจิตหาเวรมิได้

อย่างนี้   มีจิตหาความเบียดเบียนมิได้  อย่างนี้   ทีจิตไม่เศร้าหมองแล้วอย่างนี้

มีจิตหมดจดแล้วอย่างนี้    เธอได้ความอุ่นใจสี่ประการเหล่านี้แล  ในชาตินี้.

เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้า    ตรัสพระธรรมเทศนาจบแล้ว     กาลามชน

ทูลรับว่า    ข้อนั้นเป็นจริงอย่างนั้น  ๆ แล้ว    ทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนา



พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ 346

และแสดงตนเป็นอุบาสกว่า  ภาษิตของพระองค์ไพเราะยิ่งนัก ๆ  พระผู้มีพระ-

ภาคเจ้าทรงประกาศพระธรรมเทศนาโดยบรรยาย    (เหตุหรือกระแสความ)

หลายอย่าง     ให้ข้าพระพุทธเจ้าเห็นทางที่จะปฏิบัติแจ้งชัดแก่ปัญญา    อุปมา

ดุจบุคคลหงายของที่คว่ำ หรือเช่นเปิดของที่มีสิ่งกำบังไว้  หรือเหมือนบอกทาง

ให้แก่คนหลงทาง หรือเปรียบอย่างตามตะเกียงไว้ในที่มืด ด้วยหวังว่าผู้มีนัยน์ตา

จักได้เห็นรูป ฉะนั้น   ข้าพระพุทธเจ้าขอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้ากับทั้งพระธรรม

และพระสงฆ์เป็นที่พึ่งพำนัก    ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงทรงจำข้าพระพุทธเจ้า

ไว้ว่าเป็นอุบาสก   ถึงสรณะ    (สิ่งที่ควรถึงว่าเป็นที่พึ่งพำนัก) จนตลอดชีวิต

จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป  ดังนี้.

จบกาลามสูตรที่  ๕


SITPU

สำนักพระพุทธเล็งลงดาบพระเกษม  คมชัดลึก  20 ก.ย. 2554

 สำนักพระพุทธศาสนาเพชรบูรณ์นำคลิป "พระเกษม" เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก หารือเจ้าคณะจังหวัดเตรียมลงดาบ ชี้พฤติกรรมไม่เหมาะสม เผยปี 51 เคยมีคดีเหยียบฐาน-ตบหน้าพระพุทธชินราชจำลองมาแล้ว เจ้าตัวเผยอัพโหลดคลิปเอง ยืนยันไม่ผิดพระธรรมวินัย

           ความคืบหน้ากรณีคลิปวิดีโอที่แพร่หลายในเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งปรากฏภาพของหลวงพ่อเกษม อาจิณณสีโล เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ที่โรงจังหันเช้า โดยคลิปดังกล่าวอัพโหลด เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2554 ความยาว 24.10 นาที ในหัวข้อ "แบบนี้เรียกว่าอยากดังหรือเปล่า" ซึ่งตลอดคลิปดังกล่าวปรากฏภาพหลวงพ่อเกษม กล่าวคำหยาบคายและมีกิริยาไม่สุภาพ ยกขาวางบนโต๊ะ เตะของบนโต๊ะจนหล่น และถีบเก้าอี้กระเด็น จนกระทั่งผู้ได้ชมภาพคลิปดังกล่าวต่างแสดงความเห็นในเชิงไม่เห็นด้วย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปแก้ปัญหา

 ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กันยายน นายจรูญ นราคร รองอธิบดีกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดเพราะขณะนี้ติดราชการอยู่ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอะไรได้ อย่างไรก็ตาม การดูแลพฤติกรรมพระสงฆ์นั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โดยตรง ทางกรมการศาสนาดูแลสนับสนุนเรื่องการเผยแผ่คำสอนของ 5 ศาสนา ได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ฮินดู ในเรื่องดังกล่าวขอให้ พศ.เป็นผู้ดูแลจะดีกว่า เพราะมีอำนาจพิจารณาโดยตรง

            ด้านนายวิโรจน์ ไผ่ย้อย รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบทราบว่าพระสงฆ์ที่ปรากฏในคลิปวิดีโอทราบชื่อหลวงปู่เกษม อาจิณณสีโล หรือพระเกษม เจ้าอาวาสสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ซึ่งเมื่อ พ.ศ.2551 ชาวบ้านใน จ.พิษณุโลกและเพชรบูรณ์ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว ให้ดำเนินคดีกับพระเกษม เพราะลบหลู่และเหยียดหยามพระพุทธชินราชจำลอง โดยย่ำยีต่อพระพุทธรูป ด้วยการเหยียบฐานพระพุทธรูปและตบพระพักตร์พระพุทธชินราชจำลอง พระเกษมเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551 พร้อมให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ลบหลู่ศาสนา แต่ยอมรับว่ากระทำการดังกล่าวจริง

            นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า กรณีล่าสุดที่พบว่ามีคลิปวิดีโอเผยแพร่ทางเว็บไซต์โดยหลวงปู่เกษม  แสดงออกอย่างไม่เหมาะสม ทั้งเตะ ถีบโต๊ะ เก้าอี้ ใช้วาจาไม่สุภาพ ไม่มีความสำรวมปรากฏขึ้นอีกครั้ง จึงได้เก็บรวบรวมภาพทั้งหมดเข้าปรึกษาหารือกับพระวิสุทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบภาพทั้งหมดว่าเข้าข่ายผิดวินัยสงฆ์หรือไม่อย่างไร

            “จากการตรวจสอบคาดว่าวิดีโอถ่ายทำเมื่อไม่นานมากนี้ ภาพที่เห็นมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ท่ามกลางญาติโยม และแม่ชีที่กำลังทำบุญตักบาตร หลังจากนี้ต้องตรวจสอบว่าใครเป็นคนถ่ายและเผยแพร่วิดีโอนี้ พร้อมทั้งดูภาพอย่างละเอียดว่าการแสดงกิริยาที่ปรากฏมีความผิดหรือไม่อย่างไร เกิดจากความตั้งใจถ่ายทำหรือไม่ ส่วนการดำเนินการทางกฎหมายนั้น จะเข้าดำเนินการตรวจสอบที่ดินของวัดว่าตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนหรือไม่ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเอาผิดทางกฎหมายต่อไป ที่ผ่านมาเคยเข้าไปพูดคุยด้วย แต่หลวงพ่อไม่ค่อยเปิดใจยอมรับ ไม่ให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลกับทางราชการ” นายวิโรจน์กล่าว

            นายธนทัย คำกลาง วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นต้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนามีแนวทางชัดเจนในการดำเนินการเอาผิดก่อน ในส่วนของวัฒนธรรมจังหวัดนั้นจะคอยหนุนเสริมเพราะถือว่าภาพในคลิปวิดีโอสร้างความเสื่อมเสียให้แก่จังหวัดเป็นอย่างมาก ผู้ที่ชมเว็บไซต์ต่างแสดงความคิดเห็นถึงความไม่เหมาะสม ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นคงต้องรอผลการพิจารณาตรวจสอบ 

            ขณะที่พระเกษมเปิดเผยว่า เป็นผู้นำภาพคลิปวิดีโอดังกล่าวลงในเว็บไซต์ยูทูบด้วยตนเอง แต่ว่าสื่อกลับนำเสนอไม่หมด ขอยืนยันว่า ขณะนี้ได้มีลูกศิษย์ และผู้เลื่อมใส ที่เชื่อมั่นในพระไตรปิฎก ยอมปลดวัตถุมงคล พระดังทุกรุ่นที่ผู้นับถือนำมาฝังในพื้นที่วัด มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยจุดที่ฝังวัตถุมงคล เพราะผิดวินัยสงฆ์ที่ต่อต้านมาโดยตลอด

            "คลิปที่นำเสนอนั้น เป็นคลิปที่ต้องการตอบโต้ พระผู้ใหญ่รูปหนึ่งที่มาหาว่าอาตมาอยากดัง แล้วโอ้อวด และทำตัวแตกต่าง แต่อาตมาไม่ได้อยากดัง อาตมาทำทุกอย่างตามพระธรรมวินัยและพระไตรปิฎกได้เขียนเอาไว้ ไม่ได้ผิดเพี้ยน ใครคิดว่าอาตมาทำผิด อยากจะมาจับ ก็จับได้เลย ใครอยากจะมาแจ้งความดำเนินคดีกับอาตมาก็มาแจ้งได้เลย อาตมาขอบอกว่าสิ่งที่อาตมาทำนั้นไม่ได้ผิดพระธรรมวินัยแต่อย่างใด" พระเกษมกล่าว

            ส่วนบรรยากาศของสำนักสงฆ์วัดสามแยกพบว่า บริเวณทางเข้าจะมีด่านกั้นไว้ ห้ามเข้าก่อนได้รับอนุญาต และต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนว่ามาสำนักสงฆ์ด้วยวัตถุประสงค์ใด หากไม่ชัดเจนก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปด้านใน นอกจากนี้ที่ปากทางเข้ายังมีข้อบัญญัติและข้อเขียนคำเตือนต่างๆ ไว้ เช่น ก่อนเข้าวัดให้ปิดโทรศัพท์มือถือ

            เมื่อเข้าไปด้านใน ภายในศาลาหลังเก่าที่สร้างขึ้นในยุคของหลวงตามหาบัวยังเด่นสง่าด้วยเสาต้นใหญ่ มีการปรับปรุงปิดประตูทุกรอบด้านของศาลาทั้งชั้นบนและชั้นล่าง แต่ในศาลานั้นไม่มีพระพุทธรูปเหมือนกับวัดและสำนักสงฆ์ทั่วไป เพราะสำนักสงฆ์แห่งนี้มีการรณรงค์ผู้คนไม่เคารพและกราบไหว้พระพุทธรูป

            สภาพสำนักสงฆ์แห่งนี้หลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไป พระเกษมจะเข้าไปอาศัยอยู่ที่พักส่วนตัว หากมีญาติโยมมาพบ จะต้องผ่านคนดูแลคือ ฤาษี หรือนายสำลี นันธญาติ เป็นผู้ประสานงานสอบถามวัตถุประสงค์ หากมีเหตุอันสมควรก็จะไปแจ้งหลวงพ่อเกษม เพื่อขออนุญาตเข้าพบอีกครั้ง หากหลวงพ่อเกษมไม่อนุญาตก็ไม่ได้เข้าพบ

            ด้านความรู้สึกของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงสำนักสงฆ์ นายกันตร์ธร เทียมแก้ว ชาวบ้านห้วยยางทอง อยู่บ้านเลขที่ 102 ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ติดตามข่าวเรื่องหลวงปู่เกษม มาพอสมควร ถึงการแสดงออก ส่วนตัวเห็นด้วยกับคำสอนของหลวงปู่ เพราะสอนตามพระไตรปิฎก สอนให้เรียนรู้เข้าใจคำสอนด้วยตัวเอง นอกจากนี้ยังเห็นว่าการแสดงกิริยาตามที่ปรากฏในคลิปวิดีโอนั้นเป็นเรื่องธรรมดา ไม่เห็นว่าผิดกฎของสงฆ์แต่อย่างใด

            แหล่งข่าวในหมู่บ้านใกล้วัดรายหนึ่งกล่าวว่า คลิปวิดีโอที่เผยแพร่ออกไปนั้น ชาวบ้านหลายคนรู้สึกไม่สบายใจต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และเห็นว่าเป็นเรื่องซ้ำซาก เพราะครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่หลวงปู่เกษมมีข่าวออกไปในลักษณะนี้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นชาวบ้านก็ไม่กล้าเข้าไปก้าวก่าย ไม่อยากไปยุ่งเกี่ยว เพราะหากประพฤติไม่เหมาะสม สังคมหรือคนภายนอกก็จะเป็นผู้สะท้อนเอง   ส่วนตัวเลิกทำบุญที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ เพราะไม่ศรัทธา

            สำหรับสำนักสงฆ์ป่าสามแยกนั้น เดิมใช้ชื่อว่าสำนักสงฆ์ห้วยผึ้ง ต่อมาเปลี่ยนเป็นชื่อวัดป่าสามแยก  เพราะมีหมู่บ้านชื่อว่าสามแยกตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัด จึงเรียกสำนักสงฆ์ตามชื่อหมู่บ้าน

             พระเกษม เริ่มเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ในคดีที่ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.น้ำหนาว ระบุว่าเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2551 พระเกษมได้นำแผ่นป้ายข้อความว่า "ทองเหลืองหล่อนี้ ไม่ใช่พระพุทธเจ้าแน่ ไม่ต้องกราบมัน" ไปติดไว้ที่ฐานองค์พระพุทธชินราชจำลอง ซึ่งประดิษฐานอยู่บนศาลาในบริเวณที่พักสงฆ์ป่าสามแยก และเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2551 พระเกษม ใช้เท้าเหยียบฐานพระพุทธรูปจำลอง และใช้มือตบบริเวณพระพักตร์ของพระพุทธรูป อันนับเป็นการดูหมิ่นศาสนา

            คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นยกฟ้องเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 โดยเชื่อว่าพระเกษมไม่มีเจตนากระทำแก่วัตถุอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาอันเป็นการเหยียดหยามศาสนา ต่อมาวันที่ 19 เมษายน 2553 อัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าว

            ทั้งนี้ จากการนำสืบในชั้นศาล พระเกษมให้การว่า ได้ศึกษาค้นคว้าพระไตรปิฎกที่เผยแพร่ในประเทศไทยทั้ง 5 ฉบับโดยละเอียด พระไตรปิฎกทั้ง 5 ฉบับ ไม่มีฉบับใดบัญญัติว่าพระพุทธรูปเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า และระบุว่าในพระไตรปิฎกบัญญัติให้พระธรรมวินัยเท่านั้นที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า

            สำหรับคำสอนของพระเกษมนั้น มีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์  www.samyaek.com ซึ่งจะมีถ่ายทอดสดเรียกว่า สามแยก LIVE จากสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ในบางวันด้วย นอกจากนี้คำสอนที่เผยแพร่ในเว็บไซต์เช่น พระพุทธรูปไม่ใช่วัตถุในพระพุทธศาสนา รู้เรื่องพระพุทธรูปตามความเป็นจริง แก้ข้อกล่าวหาสังคมด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งคำสอนต่างๆ จะยกเอาพระไตรปิฎกมาอธิบายประกอบด้วย

kralabu_ning

ข่าวจาก M Thai
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: กันยายน 21, 2011, 05:22:21 AM »
อ้างอิงข่าวจาก   http://news.mthai.com/general-news/131582.html



 
ยูเซอร์ท่านหนึ่งในเว็บไซต์ยูทูบ ได้เผยคลิปเสื่อมวงการพระสงฆ์ เมื่อมีพระอาจารย์รูปหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ได้แสดงอากัปกิริยาไม่เหมาะสมกับความเป็นสมณะเพศ

ด้วยการกล่าวถ้อยคำสบถหยาบคายอย่างเกี้ยวกราด พร้อมทั้งยกแข้งยกขากระทืบโต๊ะ เตะกล่องทิชชู่กระเด็นต่อหน้าต่อตาฆราวาสนับ 10คน ที่มาถวายจังหันเช้าภายในวัด

โดยพระรูปดังกล่าวอ้างว่า ตนถูกกล่าวหาว่าอยากดัง แต่ตนไม่เคยอยากดัง อยากอยู่คนเดียว แต่ท่าทางการแสดงออกพร้อมทั้งคำพูดผ่านคลิป ไม่ได้ทำให้เพราะรูปดังกล่าวเป็นเหมือนผู้ทรงศีล ละแล้วทุกสิ่ง ตามพระวินัยเลย

อย่างไรก็ดีเมื่อคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้หลายคนที่พบเห็นไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ และเร่งจัดการกับพระรูปดังกล่าวให้เร็วที่สุด แม้ว่าตอนจบของคลิปจะมีข้อความอ้างว่า เป็นวิธีการสอนแบบหนึ่งของพระรูปหนึ่งในพระไตรปิฎกก็ตาม


Bubleboy

สำนักข่าวเนชั่น
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: กันยายน 21, 2011, 05:37:51 AM »
ขออนุญาตแปะลิงก์ครับ

รายการห้องข่าวรับอรุณ
เช้า 20 กันยายน 2554
http://short.im/2n4

รายการเก็บตกจากเนชั่น
กะฉ่อนเว็ป! "พระ" เตะของ-วางเท้า บนโต๊ะอาหาร
http://short.im/2n3

kralabu_ning

ข่าวหน้าหนึ่งจาก techalife
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: กันยายน 21, 2011, 05:58:08 AM »
อ้างอิง  =>>  ลิงค์ข่าวจาก  techalife



พระรึเปล่า? ไม่ได้อยากดัง - พระเกษม อาจิณฺณสีโล วัดสามแยก

ต้นปีผมเคยนำเสนอเรื่อง การแก้กรรมพิศดารของแม่ชีธนพร โดยไม่คาดคิดว่าจะต้องมาเขียนบล็อกประเภทนี้อีก....

   แต่สังคมสมัยนี้ มีอะไรเสื่อมทรามเยอะกว่าที่เราคิดครับ ครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับศาสนาพุทธของเราอีกแล้ว ผมเห็นคลิปนี้จาก Pantip.com ก็อดที่จะนำมาตีแผ่ให้สังคมรับรู้ไม่ได้ พระรูปนี้มีชื่อว่า หลวงปู่เกษม อาจิณฺณสีโล วัดสามแยก จ.เพชรบูรณ์ครับ  เคยเป็นข่าวฉาวมาแล้วครั้งหนึ่ง กรณี เหยียบฐาน ตบหน้า และห้ามไม่ให้ฆราวาสกราบไหว้พระพุทธรูปครับ ครั้งนั้นออกรายการเรื่องจริงผ่านจอ ทางทีวีช่อง 7 สี โดยพระเกษมอ้าง หลักธรรมคำสอนจากพระไตรปิฎกของพระพุทธเจ้า ไม่อยากให้ผู้คน ญาติโยมบูชา วัตถุทองเหลือง!! 

   จริง ๆคำสอนของพระเกษมก็มีส่วนถูกต้องและจริงอยู่บ้างเช่นการรณรงค์ห้ามไม่ให้ญาติโยมถวายเงิน-ทองแด่พระภิกษุสงฆ์ แต่ข้อนี้ผมว่าปกติก็เป็นศีลข้อห้ามในหลักธรรมอยู่แล้ว ซึ่งต้องแยกแยะให้ออกจากกรณ๊การบริจาคให้วัด เพื่อนำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น เช่น การบูรณะ ปฏิสังขรณ์วัด/โบราณสถานต่าง ๆ ภายในวัด

   
  มาถึงกรณีคลิปฉาวล่าสุดนี้ (ดูคลิปด้านล่างประกอบครับ) เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ชวนให้ผมชาวพุทธคนหนึ่ง งุนงงและสับสนว่านี่ใช้ พระภิกษุสงฆ์หรือ ? ถ้อยคำที่หยาบคาย กิริยาอาการที่ไม่สำรวม แสดงอารมฌ์โทสะ การใช่เท้าพาดเสา วางบนโต๊ะกับข้าว เตะสิ่งของ  ถ่มน้ำลาย ให้ของลับฯ  และก็กล่าวท้าทาย ถามว่าตัวเองอยากดังหรือเปล่า ? ผมล่ะเป็นห่วงญาติโยมที่พระเกษมรูปนี้สอนสั่งจริง ๆ (จริง ๆ ไม่น่าจะเรียกว่า "พระ" อีกต่อไป) ดูเหมือนว่าคลิปนี้ พระรูปนี้จะตั้งใจถ่าย และอัพโหลดมาให้สังคมดูด้วย ผมคิดว่าเราไม่ควรจะปล่อยให้ พระรูปนี้ (หรือคนบ้าคนนี้) สร้างความเสื่อมโทรม และด่างพร้อยในศาสนาพุทธของเราครับ มีหลายคลิปที่พระรูปนี้สั่งสอนญาติโยมใน Youtube มากมาย

Bubleboy

เว็บไซต์เดลินิวส์ - โยนพศ.เอาผิดพระทำไม่เหมาะสม
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 21, 2011, 08:28:51 AM »
โยนพศ.เอาผิดพระทำไม่เหมาะสม
วันอังคาร ที่ 20 กันยายน 2554 เวลา 16:18 น
ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=38&contentID=164678

สมเด็จวัดปากน้ำ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ รับมีพระพูดจา “กู มึง อั๊ว ลื้อ” จริง เตือนอย่าทำตัวให้คนเสื่อมศรัทธา
 
จากกรณีคลิปพระรูปหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ถ่ายคลิปตอบโต้ข้อกล่าวหาแสดงธรรมเพื่ออยากดังถึงกับเตะถีบโต๊ะเก้าอี้ สบถถ้อยคำหยาบเป็นระยะๆ ท่ามกลางศิษย์และพระลูกวัดจำนวนมากนั้น เมื่อวันนี้ (20 ก.ย.) นายจรูญ นราคร รองอธิบดีกรมการศาสนา(ศน.) กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดเพราะขณะนี้ติดราชการอยู่ จึงไม่สามารถแสดงความคิดเห็นอะไรได้ อย่างไรก็ตาม การดูแลพฤติกรรมพระสงฆ์นั้น เป็นหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)โดยตรง ทางกรมการศาสนาดูแลสนับสนุนเรื่องการเผยแผ่คำสอนของ 5 ศาสนา ได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม พรหมณ์ ฮินดู  ในเรื่องดังกล่าวขอให้ทาง พศ.เป็นผู้ดูแลจะดีกว่า เพราะมีอำนาจพิจารณาโดยตรง โดยผู้สื่อข่าว ได้ขอสัมภาษณ์เรื่องนี้กับ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และผู้บริหารระดับสูง แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้   
 
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า  ในการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการพระอุปัชฌาย์ ในเขตปกครองคณะสงฆ์ภาค 4 ประกอบด้วย จ.นครสวรรค์ กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ และพิจิตร จำนวน  378 รูป  ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พุทธอุทยานนครสวรรค์ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เมื่อเร็วๆนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กล่าวว่า พระอุปัชฌาย์เป็นตำแหน่งสำคัญตำแหน่งหนึ่งทางพระพุทธศาสนา ซึ่งพระพุทธศาสนาจะเจริญหรือไม่ พระอุปัชฌาย์มีส่วนสำคัญ เพราะพระอุปัชฌาย์คือผู้ที่จะรับคนเข้ามาบวช เป็นพระภิกษุสามเณร หากพระอุปัชฌาย์คำนึงถึงระเบียบข้อบังคับของมหาเถรสมาคม(มส.) ในการพิจารณาผู้ที่จะขอเข้ามาบวช ก็จะทำให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคง แต่หากพระอุปัชฌาย์ไม่สนใจกฎ ระเบียบ ปล่อยคนไม่ดีให้เข้ามาบวชได้ จะทำให้พระพุทธศาสนาไม่เจริญ
 
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเคยได้รับรายงานมาว่ามีพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะอำเภอรูปหนึ่งในจังหวัดทางภาคเหนือ เวลามีใครมาขอบวชก็บวชให้หมด ไม่มีการตรวจสอบ ดังนั้น ตนจึงให้ออกจากตำแหน่งพระอุปัชฌาย์ และยังให้ออกจากตำแหน่งทางการปกครองทั้งเจ้าอาวาส และเจ้าคณะอำเภอด้วย เพราะถือว่าจะไม่เป็นผลดีต่อพระพุทธศาสนา ทั้งนี้การเป็นพระอุปัชฌาย์จะต้องมีจุดยืน 2 ข้อ คือ1.ความดี 2.ความจริง และจะเกิดความศรัทธาต่อพุทธศาสนิกชน ขณะเดียวกันการนุ่งห่ม จีวร จะต้องเรียบร้อย และเมื่อบวชให้ใครไปแล้วจะต้องดูแล ไม่ใช้บวชให้แล้วทิ้งไม่สนใจ และหากผู้ที่บวชไม่ได้อยู่วัดเดียวกันก็ต้องฝากฝังเจ้าอาวาสวัดนั้นให้ดูแลด้วย
 
“อยากฝากไปถึงเรื่องการพูดของพระสงฆ์ด้วย เพราะที่ผ่านมาเคยได้ยินพระสงฆ์พูดกันแล้วใช้คำว่า กู มึง อั๊ว ลื้อ ซึ่งเป็นคำที่พระไม่ควรพูดหากมีใครมาได้ยินจะทำให้เสียศรัทธาอย่างมาก” เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กล่าว

Bubleboy

' พระเกษมเป็นข่าวอีก ' สำนักพุทธฯเล็งเอาผิด
วันพุธ ที่ 21 กันยายน 2554

ขออนุญาตแปะลิงก์เพราะเนื้อหาของข่าวยาว : http://www.thairath.co.th/content/region/203268



kralabu_ning

รายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ + 21 กย.54 +
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: กันยายน 21, 2011, 02:44:43 PM »
” รายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ "    วันที่ 21 กย. 2554   


ดู ย้อนหลังได้ที่ =>   http://www.me.in.th/live/index1.php 


เลือกช่อง 3  => เลือกเวลาใน ช่วงเวลา 06.32 – 06.42  ค่ะ

amarin

ขอเพิ่มเติม รายการเรื่องเล่าเช้านี้  วันที่ 21 กันยายน 2554
ลิงค์จาก youtube ครับ

http://www.youtube.com/watch?v=2sP9jkIrLp0

http://www.youtube.com/v/2sP9jkIrLp0
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2011, 04:20:36 PM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) »