ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260

การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

Nath

1.ได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เด็กว่าการทำบุญกฐิน สังฆทาน หรือการสร้างวัด โบถส์ เจดีย์ หรือธรรมสถาน สร้างพระพุทธรูป(ถวายวัด)  เป็นการทำบุญทานที่มีอานิสงแรงมาก จริงเท็จประการใดครับ

2. มีผู้ใหญ่บางท่านได้บอกว่าอยากได้บุญแรงให้สร้างพระประธานถวายวัด จะเป็นการสร้างบุญบารมีและต่อชะตาชีวิต เป็นจริงหรือไม่ครับ (ตอนนี้มีเพื่อนผมอยู่ระหว่างการสร้างพระถวายวัดอยู่ครับ)หากจริงเป็นเช่นไร ไม่จริงเป็นเช่นไร ช่วยอธิบายด้วยครับ

3. การสวดมนต์เป็นข้อวัตรปฏิบัติอย่างหนึ่งของพระสงฆ์ใช่หรือไม่ (ผมเข้าใจว่าพระสงฆ์มีหน้าที่อย่างหนึ่งที่ต้องปฏิบัติคือการสวดมนต์ครับ) จึงขอถามว่าพระสวดมนต์เพื่ออะไรครับ (ผมว่าบางรูปก็เข้าใจคำสวดและส่วนใหญ่ก็ไม่เข้าใจคำสวด)

4. นอกจากพระจะสวดในวัดตามปกติแล้ว ในงานพิธีสำคัญๆ ของโยม เช่นงาน แต่ง ทำบุญบ้าน ฯลฯ  หรือแม้กระทั่ง งานบุญของประเทศก็นิยมนิมนต์พระสงฆ์มาสวดมนต์ทำพิธีด้วย อย่างนี้ถูกต้องหรือไม่อย่างไรครับ

5. การที่มีโจรมาขโมยพระพุทธรูปในวัด หรือลักตัดเศียรพระไปเพื่อครอบครอง หรือจำหน่าย อย่างนี้จะเป็นบาปหรือไม่ หากเป็นจะร้ายแรงอย่างไร

6. นอกจากข้อ 5 แล้ว ยังมีพ่อค้าแม่ค้า ที่มีอาชีพรับจำหน่ายแลกเปลี่ยนวัตถุมงคล เป็นบาปหรือไม่ ถ้าบาปแล้วทำไมเขาร่ำรวยกันแทบทั้งนั้น

7. หลวงปู่เทศน์สอนว่าไม่ควรบูชาพระพุทธรูป หรือเก็บไว้เป็นของส่วนตัว หรือสวดมนต์ แล้วบรรดาพระสงฆ์แทบทุกๆ วัดทั่วประเทศได้สวดมนต์ (เช่นทำวัตร เช้า-เย็น) และมีพระพุทรูปไว้บูชากราบไหว้อยู่ทุกวันนี้ ปฏิบัติได้ถูกต้องหรือไม่ (ผมไม่แน่ใจว่าท่านห้ามเฉพาะโยม หรือห้ามสงฆ์ด้วยครับ)

ขออภัยถ้าคำถามนี้อาจเป็นคำถามโง่ๆ และอาจจะระคายเคืองบ้าง แต่ก็ถามเพื่อความกระจ่างแจ้งในข้อสงสัยโดยแท้ครับ

prawatsamyaek

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 25, 2007, 04:57:53 PM »

คุณ  นัท   พรหมทอง   แบงค็อก     บอกความจริงตามกติกาก่อนนะ....คำตอบมีแล้ว

Nath

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 26, 2007, 10:38:49 AM »
อ้างจาก: author=พระวัดสามแยก link=topic=304.msg3847#msg3847 date=1177495073

คุณ  นัท   พรหมทอง   แบงค็อก     บอกความจริงตามกติกาก่อนนะ....คำตอบมีแล้ว

กราบนมัสการครับ กราบขออภัยครับผมได้แก้ไขแล้วครับ

ณัฐกฤต พรหมทอง  3/12 ถ.ราชสีมา ดุสิต กทม

ไม่ทราบว่าเพียงพอหรือยังครับ  /\
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 26, 2007, 10:47:54 AM โดย Nathakrit Promthong »

prawatsamyaek

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 26, 2007, 11:11:48 AM »

คุยเรื่องพระพุทธรูปก่อน

จากหลักฐานที่มีในพระไตรปิฎกชุด    91    เล่ม     ม.ม.ร.   นิกายเถรวาท
ในส่วนของพุทธพจน์และมหาอรรถกถา (พระเถระที่ร่วมยุคกับพระพุทธเจ้า)   
ไม่ปรากฏว่ามีเรื่องการสร้างพระพุทธรูป – ไม่ปรากฏว่ามีการสรรเสริญการสร้างพระพุทธรูป –
ไม่ปรากฏว่าสรรเสริญรูปใดๆ ในโลก - ในเทวโลก - ในพรหมโลก   
พบแต่การตำหนิรูป     พระพุทธเจ้าตำหนิแม้แต่ผู้ที่ติดอยู่กับรูปร่างของพระพุทธเจ้าเอง
อย่างพระนางโคตมี - พระวักกลิ   เป็นต้น
และผลของผู้ที่ยึดติดในรูปก็บอกเอาไว้แล้วคือ   อบาย – ทุคติ – วินิบาต – นรก
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ปฏิเสธรูปร่าง - วัตถุ  (เพื่อเป็นที่พึ่ง)  ทั้งหลายโดยสิ้นเชิืง   
แม้แต่พระรัตนตรัยอันเป็นที่พึ่งที่ระลึกพระพุทธเจ้าก็ไม่ให้มีรูปใดๆ   มาเกี่ยวข้องทั้งหมด 

คลิ๊กตามนี้เพื่อศึกษา   http://board.samyaek.com/board1/index.php?topic=210.msg2916#msg2916

แต่เห็นมีหลักฐานปรากฏในพระไตรปิฎกชุดเดียวกันนี้   ที่เป็นความเห็นของพระอรรถกถาจารย์ในสมัยหลัง
ที่พระพุทธศาสนามาเจริญรุ่งเรืองอยู่ในลังกา   ซึ่งความเห็นของพระอรรถกถารุ่นหลัง
ก็มีอยู่หลายความเห็นที่ขัดแย้งกับพุทธพจน์ (ในพระไตรฯ มีบอกไว้ด้วยว่าอันใหนควรถือเอาหรือไม่ควรถือเอา)
ความเห็นเรื่องพระปฏิมา (รูปเหมือน)  นี้ก็เป็นอีกความเห็นหนึ่งที่ขัดแย้งกันกับพุทธพจน์   
ซึ่งพระพุทธเจ้าก็ได้บอกหลักเทียบเคียงธรรม – วินัยที่ชื่อว่า    มหาปเทส 4   เอาไว้แล้วว่า
อันใหนควรเชื่อถือ     อันใหนไม่ควรเชื่อถือ

ทีนี้มาดูข้อมูลทางโบราณคดีบ้าง

เมื่อศึกษาจากพระไตรปิฎกในส่วนของพุทธพจน์และมหาอรรถกถา  ไม่มีการกล่าวถึงเรื่องการสร้างพระพุทธรูป   
จนกระทั่งพระองค์ปรินิพพานแล้ว    จนถึงการสังคยนาครั้งที่ 1 – 2 – 3   ก็ยังไม่ปรากฏเรื่องการสร้างพระพุทธรูป
แม้แต่คราวที่พระเจ้าอโศกมหาราชเชิดชูพระศาสนาไปทั่วทั้งชมพูทวีปในราวพุทธศตวรรษที่  2 – 3   
ก็ยังไม่มีการสร้างพระพุทธรูป    เห็นมีการสร้างวัตถุที่เกี่ยวกับเรื่องราวในพุทธศาสนาของยุคนี้คือ   
รูปธรรมจักรบ้าง    รูปกวางหมอบบ้าง   เป็นต้น   จากหลักฐานที่เขียนมา   
คนในยุคนี้จะมีความเห็นว่า  "การสร้างพระพุทธรูปนั้นเป็นการดูหมิ่นพระพุทธเจ้า"

พอเข้าสู่พุทธศตวรรษที่  4   ศาสนาพุทธที่เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช   
พระองค์เผยแพร่ศาสนาไปจนถึงตอนเหนือของชมพูทวีป (อัฟกา–ปากีสถาน  จากหลักฐานคือเสาอโศกที่เมืองกันดาฮาร์) 
ทางตอนเหนือของชมพูทวีปนั้นมีชนเผ่าโยนก  ซึ่งก็หมายถึง  ชาวกรีก   
ชนพวกนี้เป็นลูกหลานของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช   ที่แผ่พระราชอำนาจมาถึงชมพูทวีปตอนเหนือ   
มีแม่ทัพ – นายกองของพระองค์บางส่วนที่ไม่เดินทางกลับกรีก     ได้ตั้งหลักปักฐานอยู่ที่นั่น   
ชาวกรีกนี้ก็รู้จักกันดีว่า  "นิยมเทวรูป"  เป็นอย่างมาก    ในพุทธศตวรรษที่  4   นี้ 
มีจอมทัพกระเดื่องนามของชาวกรีกที่ชื่อว่า  "เมนันเดอร์"   เป็นใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของชมพูทวีป   
ซึ่งพระองค์มีความสนใจในการศึกษาพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก   
ต่อมาพวกเรารู้จักพระองค์ในนามของ  "พระเจ้ามิลินท" 
เมื่อพระพุทธศาสนาแพร่หลายเข้าไปในชาวกรีกที่ตั้งหลักฐานอยู่ตอนเหนือของชมพูทวีป   
การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมก็เกิดขึ้น   นักโบราณคดีสันนิษฐานว่า   
"การสร้างพระพุทธรูปที่มีหลักฐานปรากฏ    เกิดขึ้นในยุคนี้เอง" 
แต่การสร้างพระพุทธรูปนี้ก็ยังไม่แพร่หลายไปมากนัก   

จนราวพุทธศตวรรษที่ 6    เมื่อพระเจ้ากนิษกะแห่งราชวงศ์กุษาณะ   ครองความเป็นใหญ่ในชมพูทวีปได้ทั้งหมด   
พระองค์ทรงมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอยู่ด้วย    ในยุคสมัยของพระองค์มีความเจริญรุ่งเรือง
ทางด้านการค้ามาก   ดังที่ได้ทราบกันดีถึงการเปิดใช้  "เส้นทางสายไหม"   อันลือลั่น
พุทธศาสนาในยุคของพระองค์เจริญออกไปจากชมพูทวีปเข้าสู่เอเชียกลาง  (จีน – ญี่ปุ่น  แต่เป็นพุทธนิกายมหายาน) 
นักโบราณคดีให้ความเห็นว่า   ยุคนี้เป็นยุคทองของการสร้างพระพุทธรูป
จากหลักฐานที่เล่ามาคร่าวๆนี้  จะเห็นได้ว่าการสร้างพระพุทธรูปไม่ได้มีมาตั้งแต่เริ่มแรก   
เพิ่งจะมีขึ้นในยุคหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว


ทีนี้ก็มีคำถามขึ้นมาว่า   เรานับถือพระพุทธศาสนานี้เรานับถือใครเป็นศาสดา ?
ถ้านับถือพระพุทธเจ้า    การสร้างรูปเหมือนพระพุทธเจ้า...ไม่มี    มีแต่ให้ถือตามคำสอนที่ได้ตรัสไว้ดีแล้ว

แต่ถ้าถือตามพระสงฆ์สาวกรุ่นหลัง    การสร้างรูปเหมือนพระพุทธเจ้า...มี   
และดูเหมือนจะยึดถือเป็นเรื่องราวจริงจังใหญ่โตเอามากๆ
ในความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนว่า   อิฐ – หิน – ปูน – ทราย – ทองเหลือง – ทองแดง – ทองคำ   
ที่ได้สร้างขึ้นนั่นแหละ  คือตัวแทนพระพุทธเจ้า  พากัน  กราบไหว้ – บูชา – ยึดเอาเป็นที่พึ่ง  มีอยู่มากมาย
ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกับคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างมากๆ

และไม่ต้องบอกก็รู้ใช่ไหมว่า    วัดสามแยก   นี้ถือตามใคร?


ส่วนใครจะถือตามหรือไม่ถือตามนั้น   เป็นเรื่องของใครๆแล้วล่ะ    ไม่ชวนใครให้มาถือตามหรอก   
ให้ใช้วิจารณญาณพิจารณาเอาตามกำลังสติ – ปัญญา   ของแต่ละคนที่จะเอื้ออำนวย   
แต่เมื่อมีคำถามมาก็เล่าสู่ฟังตามความรู้เล็กๆ  น้อยๆ ของพระวัดสามแยกที่มี


ถามว่า   ทำไมวัดสามแยก   ต้องใช้พระไตรปิฎกชุดนี้ด้วย    ธรรมยุตินิยมเกินไปหรือเปล่า ?
ตอบว่า  ที่วัดสามแยกนี้มีพระไตรปิฎกหลายชุด – หลายสำนัก   สำนักดังๆด้วยนะ     

พวกเราช่วยกันตรวจสอบ – เปรียบเทียบ   เนื้อหาสาระที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกของแต่ละชุด – ของแต่ละสำนัก   
ก็ลงความกันเห็นว่า พระไตรปิฎกชุด   91   เล่ม   ของ ม.ม.ร นี้   ละเอียดและคงความเดิมในการแปลเอาไว้มากที่สุด   
พวกเราจึงเลือกใช้ชุดนี้เอาไว้ศึกษาและบอกกล่าวแก่ผู้ที่เชื่อถือกันให้ศึกษาด้วย
และต้องขอขอบพระคุณครูบาอาจารย์ทั้งหมดที่ได้แปลพระไตรปิฎกชุดนี้เอาไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษาสืบไป
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอบคำถามที่ถามมา

1.   จริง....ถ้าศึกษาเรื่องของศาสนามาถูกต้อง  และทำถูกต้องด้วย...ได้บุญมาก
แต่เท่าที่เห็นเขาทำในปัจจุบันนี้....บาปมากกว่า

2.   ไม่จริง    ก็จะมีคำถามต่อว่าทำไมถึงไม่จริง ?   คำตอบก็อยู่ตามลิงค์นี้เลย
http://board.samyaek.com/board1/index.php?topic=210.msg2916#msg2916

ให้ไปคิดดูเอาเองว่าจะมีความสามารถที่จะป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวนี้อย่างไร?   
เพื่อไม่ให้เกิดบาปขึ้นตรงจุดนี้   

3.   การสวดมนต์ไม่ใช่ข้อวัตรของพระสงฆ์โดยส่วนรวม   
พระที่จะสวดมนต์ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนเช่น  ในสมัยก่อนก็สวดเพื่อทรงจำดำรงไว้ซึ่งพระพุทธพจน์ 
และสวดพระปริตรเพื่อช่วยคนที่ถูกอมนุษย์ก่อกวนเป็นบางครั้งบางคราว   แบบนี้สวดได้     

คำว่าวัตรในพระพุทธศาสนาคือข้อปฏิบัติสำหรับสิ่งนั้นๆซึ่งพระพุทธเจ้าได้บอกเอาไว้แล้วเช่น 
วัตรที่โรงฉัน – วัตรที่โรงอุโบสถ – วัตรต่ออุปัชฌาย์ – วัตรต่ออาจารย์ – วัตรสำหรับพระอาคันตุกะ   เป็นต้น

แต่ไม่มีวัตรสำหรับสวดมนต์เช้า – เย็น   ไม่มีวัตรสำหรับสวดมนต์ตามบ้านเรือนอย่างที่ทำกันอยู่ทุกวันนี้   
ไม่มีจริงๆนะ   

4.   การไปสวดมนต์ในบ้าน   ตอนที่ไปฉันจังหันนั้นก็ไม่ถูกต้อง   
เพราะในคราวที่พระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่   เมื่อพระราชาหรือใครก็ตามที่มานิมนต์ให้ไปฉัน
ที่พระราชวังหรือบ้านของเขา    ก็ไม่เห็นพระองค์พาพระที่ไปด้วยสวดมนต์ให้ยุ่งวุ่นวายเหมือนเดี๋ยวนี้
เห็นมีแต่   ไปถึงก็ล้างเท้า - ล้างบาตรแล้วก็ฉันเลย      ฉันเสร็จแล้วก็กล่าวคำที่ทำให้เจ้าภาพยินดี   
เสร็จแล้วก็กลับ   ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรยุ่งยากเหมือนเดี๋ยวนี้
(ฝากให้สังเกตสักนิด  ถ้าไปทำพิธีสวดมนต์แล้วดีจริง    อะไรๆ  ก็คงจะคลี่คลายไปบ้างแล้วมั๊ง)

5 – 6.  ไม่ว่าคนซื้อหรือคนขาย    บาปไปด้วยกัน   ส่วนคนที่ลักขโมยนั้นจะมีโทษมากกว่า   
เพราะพระพุทธรูปนั้น   มีจิตใจที่คิดหวงอยู่  (ทั้งคนและพวกทิพย์ที่ไม่ได้ศึกษาให้ถูกต้อง)   
พวกนี้ก็จะจองเวรหาวิธีตามทำร้ายผู้ที่มาขโมยพระพุทธรูปไปอีกยาวนาน
ส่วนความร่ำรวยที่ได้จากการซื้อ – ขาย สิ่งเหล่านี้   ก็เป็นความร่ำรวยที่ประกอบด้วยโทษภัย   
เป็นความร่ำรวยที่ไม่น่ายินดีด้วยหรอก

7.  ใครที่ทำผิดไปจากที่พระพุทธองค์บอกไว้     ไม่ว่าจะเป็นปุถุชนหรืออริยะ   ไม่ว่าจะเป็นพระหรือโยม
ผิดทั้งนั้นแหละ   แต่การรับโทษนั้นต่างกันระหว่างปุถุชนกับอริยะ   
เรื่องความผิดของอริยะหาอ่านดูตามกระทู้เก่าๆเคยตอบไว้แล้ว


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 21, 2009, 06:31:11 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ »

Nath

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 27, 2007, 12:31:46 PM »
กราบนมัสการขอบพระคุณครับ ขอเรียนถามต่อดังนี้ครับ

1 ถามต่อข้อที่ 1 ทำให้ถูกต้องจะได้บุญมาก ทำอย่างไรครับ  ทำอย่างไรบาปครับ
ขออนุญาตยกตัวอย่างครับ  คือตอนนี้มีเพื่อนผม ได้ดำเนินการสร้างพระประธานถวายวัดอยู่ใน จว. แห่งหนึ่ง โดยครั้งแรกมีการร่วมด้วยช่วยกันในคณะฯ ประมาณ 5-6 คนเป็นหลัก (ผมไม่ได้เป็น 1 ในนั้นครับ) จากนั้นก็มีผู้มีจิตศรัทธาทราบข่าว(มีตัวผมและท่านอื่นๆ รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่) ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อดำเนินการด้วย เป็นพระพุทธรูปแบบปูนปั้นครับ ตอนนี้ใกล้จะเสร็จแล้วครับ โดยเงินทั้งหมดที่รวบรวมได้คณะผู้จัดทำเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเบิกจ่ายเองทั้งหมด ไม่เกี่ยวข้องกับทางวัดเลย  ทางวัดและเจ้าอาวาสแค่อณุญาตให้ใช้สถานที่และอำนวยความสะดวกตามสมควรเท่านั้น  ก่อนจะลงมือคณะฯ ได้ทำพิธีบวงสรวงแล้ว และ  ได้มีผู้บริจาคพระธาตุเพื่อบรรจุไว้ในฐานองค์พระเมื่อสร้างเสร็จแล้วด้วย
แบบนี้ถูกต้องหรือไม่อย่างไรครับ
 
2. ต่อจากข้อ 2  พระพุทธรูปที่บูชาที่บ้าน หากเราอฐิฐานว่า " ขออำนาจพุทธธรรมสงฆ์ จงมลายมนต์และปลดป่อยดวงจิตที่สถิตอยยู่ออกไปและขออุทิศบุญของข้าให้แก่ดวงจิตเหล่านั้นให้มีความสุขและไปสู่ภพตามที่ท่านประสงค์" จะได้ผลหรือไม่ครับ
ทุกวันนี้เรากราบพระพุทธรูปเปรียบเสมือนการกราบพระพุทธเจ้าหากเราไม่มีพระพุทธรูปแล้วเราจะกราบพระพุทธเจ้าได้อย่างไรครับ

3. การทำบุญกฐิน ผ้าป่า ทำอย่างไรถึงจะถูกต้องได้บุญไม่มีบาปติดมาด้วย
    เนื่องจากปัจจุบันจะมีการเน้นที่ปัจจัยเงินมาเกี่ยวข้องมากกว่าผ้าหรืสิ่งของ เมื่อมีงานทีก็มีการบอกบุญไป ส่วนใหญ่ก็นิยมฝากเงินมาทำบุญ เราควรจะปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องครับ ไม่ทราบว่าการที่เราถวายผ้าสิ่งของเครื่องใช้แก่พระสงฆ์ ส่วนเงินทองปัจจัยมอบให้แก่ไวยาวัชรกรของวัด แต่แจ้งจำนวนให้สงฆ์และโยมทราบเพื่ออนุโมทนาถูกต้องหรือไม่ครับ

กราบขอบพระคุณครับ  /\

nopawan

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: เมษายน 27, 2007, 05:13:20 PM »
 
อ้างถึง
  ตำหนิแม้แต่ผู้ที่ติดรูปของพระพุทธเจ้าเอง   
และผลของผู้ที่ติดรูปก็บอกเอาไว้แล้วคือ   อบาย – ทุคติ – วินิบาต – นรก   

           
                       /\ กราบนมัสการพระคุณเจ้าพระวัดป่าสามแยกเจ้าค่ะ หนูมีเรื่องอยากเรียนถามเจ้าค่ะ
                   1.รบกวนท่านอธิบายผลที่ได้รับ คือ อบาย - ทุคติ - วินิบาต - นรก  4ประเภทนี้ในกรณีเช่นนี้
                      มันเป็นยังไงหรอค่ะ
                   2.แล้วการติดรูปลักษณะเช่นไรจึงจะได้รับผลในแต่ละแบบค่ะ เมตตายกตัวอย่างให้ด้วยค่ะ
                   3.กรณีของหนู ติดรูปของพระพุทธองค์เอาไว้ (ซึ่งเป็นรูปที่มีคนบอกว่า ในสมัยก่อนมีผู้อธิฐานว่าหาก
                     พระพุทธองค์มีจริงขอให้ข้าพเจ้าถ่ายติด อะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ หากผิดพลาดจากความจริง
                     หนูขอขมาไว้ณ ที่นี้ด้วยค่ะ) อย่างนี้หนูเข้าข่ายบาปประเภทไหนใน4ประเภทนี้หรอค่ะ
                   4.เมื่อก่อนตอนหนูปฏิบัติกรรมฐาน หนูมักจะระลึกภาพของพระพุทธองค์ภาพดังกล่าวนี้ เป็นพุทธานุสสติ
                     การปฏิบัติเช่นนี้จะเกิดกระแสบาปขึ้นด้วยรึป่าวค่ะ
                   5.หากจะเลิกติดภาพแล้วแต่ไม่ทิ้ง หนูจะเก็บเอาไว้เช่นใส่ถุงเอาไว้เฉยๆอย่างนี้ได้มั้ยคะ
                   6.กรณีติดรูปพระบรมสารีริกขธาตุ(พระเขี้ยวแก้ว)เอาไว้ เข้าข่ายมั้ยค่ะ
                   7.กรณีติดรูปวัดพระธาตุ ที่เป็นรูปเจดีย์ซึ่งบรรจุพระธาตุไว้ หากว่าเป็นพระบรมสารีริกขธาตุเข้าข่าย
                      มั้ยค่ะ แล้วถ้าหากเป็นพระธาตุของพระอริยเจ้าทั่วไปเข้าข่ายมั้ยค่ะ
                   8.ถ้าติดรูปของพระอริยเจ้าไว้ ทั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่และละสังขารไปแล้ว เข้าข่ายมั้ยค่ะ
                   9.อย่างผู้ที่ห้อยพระคล้องคอจะเข้าข่ายบาปประเภทไหนใน4ประเภทค่ะ
                  10.การกราบไหว้พระพุทธรูปโดยอธิฐานว่า "ขอให้ลูกมีปัญญาเห็นธรรมได้สำเร็จมรรคผลนิพาน
                      ในชาติปัจจุบันนี้ " การขอเช่นนี้แม้ว่าหนูขอแล้วก็ปฏิบัติได้บ้างไม่ได้บ้าง ในกรณีอย่างนี้จะบาปมั้ยค่ะ
                  11.มีกรณีไหนบ้างมั้ยค่ะที่กราบพระพุทธรูปและขอแล้วไม่บาป
                      หนูต้องกราบขอขมาท่านไว้ณ ที่นี้ด้วยค่ะหากว่าแต่ละคำถามนั้นช่างโง่เขลาเบาปัญญา
                  ทำให้รบกวนท่านเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้เพราะโง่จริงๆค่ะจึงอยากได้ความรู้ที่คลายความสงสัยให้ปลิทิ้งออกไป
                  จริงๆค่ะ
                      หนูกราบขอบพระคุณท่านพระวัดป่าสามแยกไว้ล่วงหน้าด้วยค่ะ /\ /\ /\
                     
                       นพวรรณ ถมเล็กตระกูล
                         22 นครินทร์แมนชั่น
                       ซ.โสอุดร ถ.ศรีนครินทร์
                        แขวง/เขต สวนหลวง
                             กทม.10250
                           
                 
                   
                     

prawatsamyaek

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: เมษายน 27, 2007, 05:55:26 PM »

เอาอย่างนี้นะ  ความรู้ก็คงจะเรียนให้รู้ทั้งหมดในวันเดียว  คงไม่ได้
ค่อยศึกษาไปตามพระไตรปิฎกด้วย   อย่ารอคำตอบจากพระวัดสามแยกแต่เพียงอย่างเดียว   
หัวข้อพระไตรปิฎกหามาไว้ให้แล้ว   พระไตรปิฎกแบบ วีซีดี   เขาแจกฟรีอยู่กระทู้โน้น  ขอเขานะ

1.   เรื่องสังฆทาน   อธิบายไว้แล้วอย่างละเอียด   หาอ่านดูนะ  http://board.samyaek.com/board1/index.php?topic=138.msg1459#msg1459

ส่วนสร้างวัด - โบสถ์ - เจดีย์   สร้างถวายพุทธ - ธรรม - สงฆ์   และห้ามเรี่ยไรใครมาสร้าง - ห้ามจัดมหรสพสมโภชต่างๆ - ที่ดินที่จะจัดสร้างต้องถูกต้องเป็นอย่างดี - พระที่มาอยู่นั้นนะแน่ใจได้ไหมว่าจะปฏิบัติได้ถูกต้องตามธรรมวินัย
เรื่องพระพุทธรูปพูดมาเยอะแล้ว   พอ

2.  ได้ผล  แต่ต้องทำบ่อยและมากๆด้วย
และที่บอกว่ากราบพระพุทธรูปเหมือนกับกราบพระพุทธเจ้านี้  ผิดมากๆ...ผิดหนัก...ผิดจริงจัง...ผิดเตลิดเปิดเปิง...
เรียนมาผิด...ฟังมาผิด...เข้าใจผิด...เชื่อถือแบบผิด...ก็ได้ผลคือผิด...งง...จะเข้าใจสิ่งที่ถูกก็ยากมากๆ
กราบพระพุทธเจ้าคือ   ระลึกถึงคุณงามความดีของท่าน - ระลึกถึงคำสอนของท่าน - ศึกษาและปฏิบัติตามคำสอนของท่านตามความสามารถของตน   ทำได้แบบนี้จะกราบท่านอยู่ตรงที่ไหนๆ   ก็ถึงพุทธทั้งหมด    ก็ถูกพุทธหมด

3.   เรื่องกฐินดูที่เล่ม  7   หน้า   193   เป็นต้นไปนะ
เรื่องผ้าป่าที่ไปแจกซองเรี่ยไรกันทุกวันนี้  ความจริงแล้ว   ไม่มีในศาสนาพุทธเลย 
ความหมายที่แท้จริงของคำว่า  " ผ้าป่า "    คือ    ผ้าที่เขาทิ้งไว้ตามป่า   ที่ไม่มีเจ้าของแล้ว   
พระท่านไปเจอ   ก็เลยเก็บมาซัก - เย็บ - ย้อม - ใช้สอย   แค่นั้นเอง   "ผ้าป่า"   
โดยไม่เกี่ยวกับเรื่องแจกซองเรี่ยไรเงิน - ทอง - มหรสพ    แม้แต่นิ๊ดเดียว

ส่วนเรื่องเงินทองที่นำไปมอบแ่ก่ไวยาวัจกรของวัด   แล้วนำจำนวนมาแจ้งพระนั้น    ถ้าเป็นพระในสมัยนี้ไม่ควรแจ้ง   
เพราะพระสมัยนี้ไม่ค่อยรู้วินัย   เดี๋ยวจะเซ่อไปมีความคิดที่ผิด ๆ เกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องทอง   เกิดบาปขึ้นได้

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2007, 11:18:00 AM โดย พระวัดสามแยก »

prawatsamyaek

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: เมษายน 27, 2007, 06:16:09 PM »

คุณนพวรรณ  ที่พระว่าติดรูปคือ   ยินดี - พอใจ - รักใคร่ - ยึดถือ - ยึดติด  เอารูปทั้งหลายเป็นที่พึ่ง  รวมถึงพระพุทธรูปด้วย
ที่พระบอกว่าติดรูป   อาจจะอธิบายสั้นไป   ขอโทษด้วยนะ
ส่วนคำถามที่เหลือ   เดี๋ยวมาตอบให้   ไปก่อนนะ

prawatsamyaek

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: เมษายน 28, 2007, 03:43:59 PM »

อบายคือ    ภูมิกำเนิดของสัตว์ที่ปราศจากความเจริญหรือปราศจากซึ่งความสุข
ทุคติคือ     ที่เกิดที่มากไปด้วยความทุกข์
วินิบาตคือ   โลกหรือวิสัยเป็นที่ตกไปแห่งสัตว์อย่างไร้อำนาจ ,แดนเป็นที่ตกลงไปสู่ความพินาศย่อยยับ
นรกคือ      ที่ไปเกิดและเสวยทุกข์ของสัตว์ผู้ทำบาป
หรืออีกนัยหนึ่งท่านหมายถึงกำเนิดของสัตว์ผู้ทำบาปในโลกมนุษย์แล้วไปเกิดในภูมิเหล่านี้คือ
สัตว์เดรัจฉาน
เปรต
อสุรกาย
สัตว์นรก

คนที่ยินดี – พอใจ – รักใคร่ – ยึดเอารูปเป็นที่พึ่งนี่แหละที่ท่านว่าจะได้ไปเกิดในภูมิดังกล่าวมาในภูมิใดภูมิหนึ่ง   
รูป   หมายถึง  รูปทุกชนิดทั้งในโลกนี้และในโลกอื่น  คือรูปที่อันตรายทั้งหมด   รวมทั้งรูปที่คุณว่ามาทั้งหมดนั้นด้วย   
เข้าใจนะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สรุปเรื่องกฐินให้คุณณัฐกฤต

กฐิน   แปลว่า   ไม้สะดึงสำหรับใช้ขึงเย็บผ้า

ทำบุญกฐินก็คือ  เอาผ้าไปถวายพระในฤดูกฐินหลังจากออกพรรษาแล้ว   เพื่อพระท่านจะได้เปลี่ยนใช้ผ้าใหม่
สำหรับองค์ที่มีผ้าเก่า - ชำรุด   จะถวายอาหารหรือยารักษาโรคด้วยก็ได้   
แต่ห้ามถวายของที่ผิดวินัยพระ   แค่นั้นเอง   
และที่สำคัญ   "บุญกฐิน"   ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับการเรี่ยไร - ขนเงินไปถวายพระที่รับกฐิน   แม้แต่สลึงเดียวก็ไม่สมควร
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 22, 2007, 11:23:44 AM โดย พระวัดสามแยก »

phornchai

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2007, 06:00:39 PM »
 /\ เคยอ่านหนังสือว่า" ในอดีตชาตินางวิสาขาเคยสร้างแท่นหนุนพระพุทธรูป เคยซ่อมแซมพระพุทธรูปที่ปรักหักพัง ทำให้มีอนิสงส์มาก ทำให้เกิดมามีวาสนามาก เป็นคนที่มีความสาวสวยไม่เปลี่ยนแปลงจนอายุ 120 ปี "ข้อความดังกล่าว ในพระไตรปิฎกมีหรือไม่ครับ  /\ /\

prawatsamyaek

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2007, 06:44:27 PM »

เรื่องที่นางวิสาขาทำบุญเกี่ยวกับพระพุทธรูปอย่างว่ามา   อาตมาก็เพิ่งจะเคยไ้ด้ยินนี่แหละโยม 
ในพระไตรปิฎกก็ไม่มีเรื่องแบบนี้   

เรื่องนางวิสาขาที่ปรากฏในพระไตรปิฎกก็คือ   นางได้ตั้งความปราถนาที่จะเป็นผู้เลิศทางด้านอุปัฏฐากฝ่ายอุบาสิกา   
ตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า   ปทุมุตตระเสด็จอุบัติขึ้นในโลก   นับถอยหลังจากกัปนี้ไปก็ได้แสนกัป

คราวนั้นนางได้ถวายทานแด่สงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข   ตลอด  7  วัน   
แล้วก็ได้ตั้งความปราถนาแทบบาทมูลของพระศาสดาที่ทรงพระนามว่า   ปทุมุตตระ   
ถึงภัทรกัปนี้   พระศาสดาของพวกเราทรงพระนามว่า  โคดม   เสด็จอุบัติขึ้นในโลก
และความปราถนาของนางวิสาขาที่ไ้ด้ตั้งเอาไว้ตลอดแสนกัป   ก็สำเร็จสมปราถนาในคราวนี้

นี้เป็นเรื่องย่อๆของนางวิสาขา   ใครต้องการอ่านเรื่องราวอย่างละเอียดก็ที่   เล่ม  41   หน้า   73 - 115  นะ

phornchai

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2007, 06:57:21 PM »
 /\ขอบพระคุณพระคุณเจ้าด้วย /\ครับ

อรุณกมล อินทร์ชา

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2007, 04:22:42 PM »
ดิฉันต้องการคำสอนชุดนี้ค่ะควรทำอย่างไร
อรุณกมล อินทร์ชา
39/10 ม.5 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
081-4347344

prawatsamyaek

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2007, 04:39:12 PM »

คำสอนชุดนี้   ไม่มีที่เป็น  วีซีดี  เด้อ   
มีแต่ที่นำมาลงนี่แหละ   ถ้าอยากได้ก็พิมพ์เอาไปได้เลย    ไม่สงวนสิขสิทธิ์ใดๆทั้งสิ้นดอก

ARUNKAMON

Re: การสร้างวัด การบูชาพระพุทธรูป การสวดมนต์
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 12, 2007, 03:26:01 PM »
อยากทราบว่าพระพุทธรูปที่บูชาที่บ้าน หากเราอฐิฐานว่า " ขออำนาจพุทธธรรมสงฆ์ จงมลายมนต์และปลดป่อยดวงจิตที่สถิตอยยู่ออกไปและขออุทิศบุญของข้าให้แก่ดวงจิตเหล่านั้นให้มีความสุขและไปสู่ภพตามที่ท่านประสงค์" จะได้ผลหรือไม่ค่ะ
ทุกวันนี้เรากราบพระพุทธรูปเปรียบเสมือนการกราบพระพุทธเจ้าหากเราไม่มีพระพุทธรูปแล้วเราจะกราบพระพุทธเจ้าได้อย่างไรค่ะ
การทำบุญกฐิน ผ้าป่า ทำอย่างไรถึงจะถูกต้องได้บุญไม่มีบาปติดมาด้วย
    เนื่องจากปัจจุบันจะมีการเน้นที่ปัจจัยเงินมาเกี่ยวข้องมากกว่าผ้าหรือสิ่งของ เมื่อมีงานทีก็มีการบอกบุญไป ส่วนใหญ่ก็นิยมฝากเงินมาทำบุญ เราควรจะปฏิบัติอย่างไรให้ถูกต้องค่ะ ไม่ทราบว่าการที่เราถวายผ้าสิ่งของเครื่องใช้แก่พระสงฆ์ ส่วนเงินทองปัจจัยมอบให้แก่ไวยาวัชรกรของวัด แต่แจ้งจำนวนให้สงฆ์และโยมทราบเพื่ออนุโมทนาถูกต้องหรือไม่ค่ะ

การใส่เงินทำบุญกับคนที่มาเรี่ยไรข้างถนนถ้าเขาหลอกลวงแต่เราตั้งใจทำไปแล้วจะได้บุญไหมค่ะ

การกราบไหว้พระพุทธรูปโดยอธิฐานว่า "ขอให้ลูกมีปัญญาเห็นธรรมได้สำเร็จทุกๆเรื่องในชาติปัจจุบันนี้ " การขอเช่นนี้แม้ว่าหนูขอแล้วก็ปฏิบัติได้บ้างไม่ได้บ้าง ในกรณีอย่างนี้จะบาปมั้ยค่ะ
มีกรณีไหนบ้างมั้ยค่ะที่กราบพระพุทธรูปและขอแล้วไม่บาป

การบนบานศาลกล่าวหรือการขอกับศาลพระภูมิเจ้าที่ละค่ะบาปไหมค่ะและมีวิธีทำอย่างไรบ้าง

มีคำสอนที่พิมพ์ออกมาเป็นหนังสือไหมค่ะ
ดิฉันต้องการคำสอนชุดนี้ค่ะควรทำอย่างไร
อรุณกมล อินทร์ชา
39/10 ม.5 ต.คอกกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
081-4347344