ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260

หมอเทวดา

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

lak

Re: ชาวโลกทิพย์ที่แสดงตนให้ผู้อื่นเห็น
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: มีนาคม 13, 2011, 12:31:17 AM »
เรื่องแรกเป็นเรื่องของน้องสาวคนเล็กค่ะ
   น้องสาวคนเล็กมีอาชีพเปิดร้านตัดผมเล็กๆอยู่ตรงข้ามเซียร์รังสิต  เล่าให้ฟังว่า...
วันหนึ่ง  มีพี่ที่เป็นลูกค้ามาทำผมอยู่ที่ร้าน ได้ถามน้องสาวว่า...
ลูกค้า..."จ้างคนมาช่วยหรอ สวยจังเขามาจากไหน"
น้องสาวก็งงบอกว่า..."ใครหรอพี่  ที่ร้านนี้หนูก็ทำอยู่คนเดียวแหล่ะ"
ลูกค้า.."ก็คนที่มาช่วยสระผมให้พี่นะซิ  สวยจังเขามาจากจังหวัดไหน  แล้วทำไหมต้องใส่
ชุดไทยห่มสะไบด้วยล่ะ"

(น้องสาวถึงจะไม่ได้เรียนธรรมะมากแต่เรื่องผี  เรื่องเทวดาก็เชื่อว่ามีจริงและเชื่อตามที่หลวงปู่สอน และรวมทั้งที่เคยสัมผัสได้เอง  น้องสาวก็ใช้วิธีอุทิศบุญอยู่ประจำ...แต่ผลบาปแต่ก่อนได้ส่งผลอยู่จึงมักจะบ่นว่า  อุทิศบุญแล้วไม่เห็นดีขึ้นเหมือนพี่ๆเลย...เออถึงมันจะไม่อยากยอมรับผลกรรมของมัน  มันก็ต้องรับผลกรรมอยู่ดี)  ทีนี้กลัวว่าลูกค้าจะไม่เข้าใจจึงอธิบายให้ฟังแล้วหยิบหนังสืออุทิศบุญมาให้ลูกค้าอ่านด้วย แล้วบอกว่าชาวโลกทิพย์มีจริง.
น้องสาว..."พี่จริงๆแล้วที่ร้านนี้หนูทำอยู่คนเดียว  แต่ที่พี่เห็นอาจเป็นชาวโลกทิพย์ที่เป็นญาติหนูก็ได้  จึงมาแสดงตัวให้พี่เห็น"
ลูกค้า..."คนสวยๆที่นุ่งชุดไทยมาสระผมให้พี่จริงๆ ดูซิหัวยังอุ่นๆอยู่เลยจ๊ะ"
น้องสาวก็ยิ้ม  ที่พี่เขายืนยันว่าทำนองว่าไม่ได้โกหกนะ.
    เมื่อลูกค้าคนนี้กลับเข้ามาที่ร้านอีกครั้ง  ก็บอกน้องสาวว่า ได้นำผลไม้ ดอกไม้ของหอม ไปบูชาผู้หญิงที่นุ่งชุดไทยนั้นนะ  พี่ขายของดี๊ดี(คงยังไม่เข้าใจวิธีอุทิศบุญเท่าไหร่  ก็ปฏิบัติตามที่เคยชินนั่นแหล่ะเฮ้อ!.)
  น้องสาวบอกว่าแถวที่อยู่เนี่ย  มีพระ  มาเดินเรี่ยไรบ่อย  เข้ามาในร้านเสริมสวยเลยแหล่ะ..มีพระรายหนึ่งนำเอาวัตถุอัปมงคล(ชูชก)มาขาย  เลยเอาหนังสือที่ได้มาจากวัดสามแยกมาให้  พอรู้ว่าเป็นหลวงปู่เกษม  กลับพูดดูหมิ่น
(เออ...พระนั้นสร้างกรรมหนักจริง)  ที่หน้าร้านน้องสาว  ก็ติดป้าย"หยุด ทำร้ายพระพุทธศาสนา" แต่เป็นขนาด A4
คงจะเล็กไปหน่อยแล้วล่ะ.

lak

Re: ชาวโลกทิพย์ที่แสดงตนให้ผู้อื่นเห็น
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: มีนาคม 13, 2011, 01:09:57 AM »
เรื่องของชาวโลกทิพย์ที่อยู่บ้านแม่
   เนื่องจากแม่ได้ทิ้งบ้านไปนาน  กลับมาอยู่ที่อีกครั้งชาวบ้านที่ผ่านมาก็มักจะถามว่าแม่อยู่กลับใคร?
ถ้าบอกว่าอยู่คนเดียว ชาวบ้านก็พูดว่าอยู่เข้าไปได้ยังไงบ้านผีดุออกยังงั้น   ความเป็นจริงชาวบ้านที่ลือว่าบ้านแม่ผีดุนะ
พวกคุณครูที่อยู่ข้างเคียงบอกว่าบางทีก็เห็นเด็กมายืนร้องไห้ที่ขอบสระข้างบ้านแม่  และชาวบ้านที่ผ่านไปมาแถวๆนั้นก็ได้ยินเสียงปิดประตูหน้าต่าง  เหมือนกับมีคนอยู่ในบ้านตลอด  และเมื่อคุณครูได้ถ่ายรูปบริวณแถบรั้วโรงเรียนได้ติดรูปคนใส่ชุดขาวที่อยู่ในเขตบ้านแม่เข้าไปด้วย  ชาวบ้านจึงลือเรื่องผีที่บ้านไม่หยุด   แต่ดิฉันเองกับแม่ไม่ได้รู้สึกกลัวตามพวกเขาหรอก  จะมีตาขาวก็น้องเขยนั่นแหล่ะ...บอกว่ามีได้ยินเสียงคนเดินอยู่บนบ้านและน้องเขยถ้าเมียไม่นอนเป็นเพื่อนเขาจะไม่กล้านอนค้างที่บ้านแม่เลย และเมื่อไวๆนี้แม่เล่าว่า...
สามีของคุณครูที่สอนอยู่โรงเรียนข้างบ้านเห็นแม่อยู่จึงแวะเข้ามาพูดคุยด้วย.
ก็ถามว่า..."ยายๆ  อยู่กับใครนะ"
แม่ก็บอกว่า..."อยู่คนเดียวจ๊ะ"
เขาก็บอกว่า.."ยายบอกว่าอยู่คนเดียว  แล้วเด็กที่ไหนเดินถือถ้วยข้าวเข้าไปในบ้านนะ  เมื่อกี๊  ผมเห็นอยู่นะ"
แม่ก็นึกได้  และเป็นเรื่องธรรมดา  เรื่องพวกนี้ไม่แปลกสำหรับแม่ เมื่อมีคนมาพูดทำนองนี้แม่ก็รู้ว่าเป็นชาวโลกทิพย์
แม่จึงบอกว่า"เออ  คงเป็นน้องเครปมั้ง"
ถ้าคนที่ได้ยินไม่รู้จักน้องเครปเมื่อได้ยินแล้วก็คงว่าเป็นเด็กธรรมดา   แต่คนที่รู้จักก็จะรู้ว่าแม่หมายถึงน้องเครป(หลาน)
ที่ตกน้ำตายที่สระข้างบ้าน... ดังนั้นสามีของคุณครูรุจักน้องเครปเป็นอย่างดี  ถึงกับต้องรีบขอตัวกลับทันที.
แต่ก่อนดิฉัน  เคยนึกเป็นห่วงแม่  ไม่อยากให้กลับไปอยู่ที่บ้านคนเดียว  แต่ตอนนี้รู้ว่าแม่มีเพื่อนก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างไรไม่รู้ค่ะ.แต่ก็บอกให้แม่นำรัตนสูตรขึ้นมาท่องให้ญาติๆชาวโลกทิพย์ได้รับฟังกันบ้าง...และให้บอกผู้ที่ไม่ชอบใจให้หนีไปที่อื่นซะ!
            จริงๆแล้วบทสวดรัตนสูตรดฺฉันได้อ่านเจอในหนังสือพระไตรปิฎก  มีความรู้สึกว่าชอบมาก  และอยากให้พ่อและญาติที่จากไปไม่ได้รับรู้ถึงคุณพระรัตนตรัย  ได้ยินได้ฟังบ้าง  และได้นำมาถามหลวงปู่  ตอนนั้นหลวงปู่บอกว่ายังไม่ควรสวดเพราะจะไปทำร้ายชาวโลกทิพย์...แต่ตอนนี้ให้เวลาชาวโลกทิพย์ได้เรียนรู้พอสมควรแล้ว

 ฉะนั้น ถ้าชาวโลกทิพย์ใดที่เป็นพาลก็ไม่ควรอยู่ร่วม  จึงนำมาสวดได้สมกับคำที่พระพุทธเจ้าทรงกล่าวไว้ว่า
"ไม่ควรอยู่ร่วมกับอสัตบุรุษ"  ไม่ว่าจะเป็นคนอสัตบุรุษและชาวโลกทิพย์ที่เป็นอสัตบุรุษด้วยค่ะ.
                                                                           สวัสดีค่ะ
                                                              บุญลักษณ์  จินดานิล