ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260

ช่วยพิจารณาประเด็นนี้ ก่อนหาสภาพบังคับภิกษุให้ปฎิบัติตามพระธรรมวินัย

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

seree

 
ในเมื่อ เถรสมาคม อ้างแต่มติของมหาเถรสมาคม
 
ทำไมกลุ่มของพวกเราไม่ลองเสนอกฏหมายสักฉบับ เพื่อนำเสนอในสิ่งที่ถูกต้องดูล่ะครับ ในกลุ่มของพวกเราน่าจะมี นักกฏหมายที่เก่ง ๆ อยู่นะครับ ร่างกฏหมาย แล้วก็รวบรวมรายชื่อให้ครบ 50,000 รายชื่อ นำเสนอตามช่องทางที่กฏหมายกำหนด

พอจะเป็นไปได้มั้ยครับ

ส่วนคำว่าการหาสภาพบังคับ
 
 ใช้คำว่า
"แนวทางดำเนินการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ภิกษุศึกษาและปฏิบัติตามธรรมวินัยตามแนวทางที่ถูกต้อง" ดีมั้ยครับ


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 02:25:48 AM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ »

lak

 /\สวัสดีค่ะ..
               เมื่อร่างรูปแบบให้ภิกษุปฏิบัติตามพระธรรมวินัยก็ต้องมีการจัดการทางด้านสื่อมวลชน
 ข่าวสารทุกประเภทให้กับชาวบ้านและเยาวชนได้รับรู้ได้ง่ายและมากที่สุดควบคู่กันด้วยนะค่ะ..
....เพราะทุกวันนี้ชาวบ้านส่วนมากๆที่ยังไม่รู้ว่า"พระรัตนตรัย"จริงๆคืออะไร?
....."ชาวพุทธ"จริงๆต้องประพฤติ ปฏิบัติอย่างไร?  ถ้าพวกเขาได้ซึมซับและรับรู้สิ่งดีๆแต่วัยเด็ก
ก็จะเรียนรู้ด้วยตัวเขาเองไม่มีใครต้องบังคับ....เมื่อบวชเป็นพระภิกษุก็จะประพฤติดี ปฏิบัติชอบด้วยล่ะ/
                ดิฉันคิดว่าน่าจะตั้งกองทุนตรงนี้ขึ้นมาดีไหม ? :)
                                 

kralabu_ning


  /\ นัดประชุมประเด็นนี้    ตามรายะเอียด Linkข้างล่างนี้ค่ะ


 
รายละเอียด Link นี้ค่ะ >>> แจ้งข่าว_นัดประชุม :-[    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 07:12:11 AM โดย การะบุ_หนิง »

geenajit

อ้างจาก: author=ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) link=topic=1709.msg14550#msg14550 date=1245546947

ประเด็นที่สอง ที่ให้ลองมองกรณี สันติอโศกที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ....อันนี้ผมไม่ค่อยแน่ใจ แต่ผมคิดว่าเราจะเดินรอยตามสันติอโศกคงจะไม่ดีแน่  กรณีสันติอโศกในความเห็นของผมเห็นว่า แข็งกร้าวเกินไป และทำเคร่งครัดเกินกว่าพระธรรมวินัย และมีวิธีการดำเนินที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากเกินไป ซึ่งต่างจากพระวัดสามแยกสิ้นเชิง ที่ถือปฏิบัติเท่าที่ตรงตามพระธรรมวินัยเท่านั้น และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่มีฝัก ไม่มีฝ่าย ไม่มีกลุ่ม ไม่มีสีใดๆ ทั้งสิ้น....แต่ถ้าจะมองถึงความเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ของการต่อสู้เพื่อการบรรลุเป้าหมายของความสำเร็จ ก็ชมเชยสันติอโศกได้อยู่  แต่วิธีการที่ถูกต้องถือว่าเป็นหลักการของพุทธศาสนา ไม่ใช่แค่เป้าหมายดี แต่วิธีการผิด แล้วจะให้ยอมรับว่า เป็นความถูกต้องนั้น ผมเองก็ยังไม่อาจยอมรับได้ในส่วนนี้ครับ


 ด้วยความเคารพครับ
 
                   กระผมคิดว่าผู้ศึกษาแนวทางการปฏิบัติของหลวงปู่คงไม่มีใครเดินตามรอยนี้แน่    เพียงแต่ให้ลองดูเป็นตัวอย่างถึงการต่อสู้

และสันติอโศกก็ไม่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเท่าวัดสามแยกด้วย    และยังคงมีความเข้าใจในพุทธที่คลาดเคลื่อนอีกมาก( เรื่องการเมืองมายังไงเนี่ย)

เรื่องความแข็งกร้าวนนั้นมิอาจทราบได้แต่ผมมีความเชื่อว่าถ้าเราลงใจในสิ่งใดสิ่งที่แสดงออกต่อผู้อื่นอาจเป็นความแข็งกร้าวเกินไปก็ได้

เหมือนอย่างแถลงการณ์ของคณะพระวัดสามแยกที่คณะพระมองว่าไม่เห็นจะรุนแรงไป ( ผมด้วย )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 01:57:59 PM โดย ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) »

geenajit

อ้างจาก: author=ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) link=topic=1709.msg14555#msg14555 date=1245588506
สรุปสถานการณ์

๑. การออกแถลงการณ์ของพระวัดสามแยก คงยังมีอยู่ พระท่านไม่ได้ล้มเลิก แต่เนื่องจากญาติโยมหลายๆทิศหลายๆทาง เมื่อได้รับทราบข้อความเช่นนั้น ก็เป็นห่วงพระ เพราะเป็นการหักล้างความประพฤติของวงการพระภิกษุผู้ทุศีลอย่างรุนแรง และสวนกระแสสังคมพุทธที่ทำผิดๆ อย่างรุนแรง พวกญาติโยมที่เป็นห่วงในวันที่ประชุมก็ได้แก่  ลูกศิษย์กลุ่มลานวัด และโยมวัดเป็นส่วนมาก จึงขอให้พระชลอการออกแถลงการณ์ออกไปก่อน และเห็นว่าน่าจะมีการปรับถ้อยคำบางคำที่อาจมีผลเกี่ยวข้องกับคดีความ  สำหรับคำแถลงการณ์ที่จะนำออกประกาศต่อไปนั้น พระจะนำมาหารือกับญาติโยมให้รับรู้ก่อน การชลอการออกคำแถลงการณ์ ไม่ได้หมายความว่า เป็นการหยุดคำสอน หยุดการต่อสู้เพื่อรักษาปกป้องพระธรรมวินัย แต่ก็ยอมรับว่า การชลอการออกแถลงการณ์สร้างความอึดอัดให้กับหลวงปู่และพระวัดสามแยกอยู่ไม่น้อย  แต่เนื่องจากพระท่านเห็นว่า เมื่อจะทำอะไรที่กระทบจิตใจญาติโยมจำนวนมาก ท่านก็จะนำมาหารือก่อน ตามที่เคยรับปากกันเอาไว้  เพราะลูกศิษย์ญาติโยมส่วนใหญ่ปัญญายังไม่แข็งแรง ถ้าพระจะทำอะไรที่สะทกสะท้านความรู้สึกไปในทางที่ว่าจะเป็นอันตรายกับหลวงปู่หรือพระวัดสามแยก ญาติโยมก็จะทนกันไม่ได้... แสดงว่าน๊อตยังหลวมอยู่ ท่านว่าอย่างนั้น   



ด้วยความเคารพครับ

             ผมเป็นผู้หนึ่งที่ได้เดินทางไปกับกลุ่มลานวัด  และคงเป็นส่วนน้อยที่เห็นด้วย   และเห็นด้วยที่ควรมีการปรับเปลี่ยนคำบางคำแต่ยังคงอยากให้

คงเจตนารมณ์เดิมไว้เพราะว่าบางคำอาจเพียงแค่ไม่สวยงามนักในการใช้ภาษา     แต่สามารถใช้คำอื่นๆทดแทนได้ในความหมายที่นักแน่นเหมือนกัน

สำหรับแถลงการณ์การใหม่ไม่เห็นด้วยที่พระนำมาหารือญาติโยมเพราะเมื่อพระนำมาแถลงใหม่    เราน่าจะสักถามให้เข้าใจว่าทำไมเป็นเช่นนั้นเช่นนี้

หรือไม่เข้าใจตรงไหนยังไง   และถ้ามีการไม่เห็นพ้องในตรงไหนหรือคำใดที่เห็นว่าน่าจะปรับปรุงแก้ไขจึงกราบเรียนให้พิจารณา      และถ้าเราทราบว่า

ได้สร้างความอึดอัดแก่หลวงปู่และคณะวัดสามแยกเราน่าจะกราบเรียนปรึกษาในขณะนั้นทันที     ยี่งถ้าเรายอมรับว่าปัญญายังไม่แข็งแรงและน็อตยัง

หลวมกันอยู่ควรหรือไม่ที่เราจะเอาปัญญาอันไม่แข็งแรงและน็อตที่ยังหลวม...........................เพียงแต่ถ้ามีสิ่งใดที่อยากจะแสดงความคิดเห็นหรือ

หรือไม่เข้าใจก็ว่ากันไปเลย       ไม่น่าจะเอามาเป็นธุระให้คณะพระกังวลใจและด้วยความสุจริตใจและซื่อสัตย์ต่อตัวเอง    วันนั้นผมได้ถามตัวเองว่า

ไม่รักเคารพหรือห่วงหลวงปู่และคณะวัดสามแยกผู้เป็นบิดามารดาทางปัญญาและนำพาผมพบพุทธที่แท้จริงเช่นผู้อื่นหรืออย่างไร    ผมขอสารภาพ

ต่อทุกท่านอย่างไม่อายว่าไม่เลย     ผมเป็นห่วงแต่พวกเรานี่แหละที่จะเป็นภาระของหลวงปู่และคณะ   เพราะหลวงปู่ท่านมีปํญญาอยู่แล้วหรือที่

เรียกว่าปัญญาอัติในมัติ ( วัดสายป่าพาเรียก ) 





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 01:59:30 PM โดย ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) »

geenajit

อ้างจาก: author=ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) link=topic=1709.msg14555#msg14555 date=1245588506
สรุปสถานการณ์


๒.ในส่วนของญาติโยม พระท่านก็ให้หาช่องทางที่จะดำเนินการรักษาพระธรรมวินัยในส่วนของฆราวาสที่สามารถทำได้ ควบคู่กันไป โดยเห็นว่า หากฆราวาสที่ห้อมล้อมพระเรียนรู้ว่าพระธรรมวินัยบัญญัติไว้อย่างไร พระก็จะละอายและไม่กล้าทำผิดวินัย เมื่อฆราวาสไม่บำรุงพระที่ผิดศีล พระที่ทำผิดศีลก็จะลดน้อยลงไป โดยให้ไปปรึกษากันหาแนวทางที่จะทำให้เกิดประโยชน์กับพระศาสนาอย่างนี้ แล้วนำมาปรึกษาหารือกับทางพระวัดสามแยกก่อนเช่นกัน เพื่อให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย อย่าคิดเห็นกันเองโดยไม่ค้นคว้าอ้างอิงพระธรรมวินัยก่อน


ด้วยความเคารพ

                     เห็นด้วยครับและเป็นกระบวนการและขั้นตอนที่ถูกต้อง



                 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 02:00:21 PM โดย ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) »

geenajit

อ้างจาก: author=ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) link=topic=1709.msg14555#msg14555 date=1245588506
สรุปสถานการณ์

๓. ขั้นตอนที่ได้ทำไปแล้วตอนนี้ก็คือ ได้ตั้งกระทู้ระดมความคิดเห็นญาติโยม ตามที่พวกเราได้เห็นแล้ว เพื่อให้เกิดความคิดความเห็นที่หลากหลาย มองหลายๆด้าน รอบคอบ เห็นชอบไปในทิศทางเดียวกันในหมู่ญาติโยมทุกหมู่เหล่าและอย่างกว้างขวาง ก่อนที่จะลงมือทำ ในความคิดครั้งแรกก็คงจะทำเป็นแถลงการณ์ หรือหนังสือเวียน ไปตามหน่วยงานต่างที่เกี่ยวข้อง วัด และ สถานศึกษา ชุมชน หมู่บ้าน สถานที่ราชการที่มีอำนาจปกครองบ้านเมือง จนถึงรัฐบาล รัฐสภา ศาลยุติธรรม และศาลต่างๆ สื่อสารมวลชนต่างๆ และมีการจัดตั้งกลุ่มทีมงานเพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ส่วนการดำเนินการอย่างอื่นๆ ก็ขอให้เป็นการเสนอความเห็นกันเข้ามาอีก จะได้รวบรวมนำเสนอให้พระท่านพิจารณาต่อไป 


ด้วยความเคารพจริงๆ นะครับ

                       อยากให้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างไปจากวิธีเหล่านี้   เนื่องจากว่ามีผู้ใช้วิธีนี้กันมาพอสมควรในการชี้แจงเรื่องอื่นๆ

ซึ่งเรามักจะพบว่าสุดท้ายมันก็จะเป็นแค่กระดาษหรือเพียงเศษกระดาษ      อยากให้ช่วยกันคิดนอกกรอบมากกว่านี้ ( หมายถึงถูกต้องด้วยนะครับ )

อย่าปฏิเสธการเป็นศัตรูทางความคิดกับผู้อื่นเมื่อมีการแสดงความคิดเห็นหรือหาวิถีทางแก้ไขปัญหา  เพราะเมื่อเราเห็นพ้องต้องกันหมดจะมี

แค่ความคิดเดียวและทางออกเดียว



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 02:02:33 PM โดย ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) »

geenajit

อ้างจาก: author=พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ link=topic=1709.msg14557#msg14557 date=1245613025

สำหรับข้อเสนอให้มีการพิจารณาประเด็นของคืนวันที่  13  มิ.ย.  2552   นั้น

คงไม่ต้องพิจารณาอะไรอีกแล้วล่ะ    ประเด็นนั้นให้ทุกคนที่ยังเคลือบแคลงอยู่ผ่านไปได้เลย

เพราะเมื่อมีผู้ไม่เห็นด้วยทั้งหมดกับเนื้อหาของร่างแถลงการณ์    ก็ต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์

พระที่วัดสามแยกเอง    ก็ยอมรับได้กับความไม่พร้อมของคณะที่เกี่ยวข้องกันอยู่  (แม้ไม่อยากจะยอมรับก็ตาม)

และก็ได้พูดคุยตกลงกันในวันต่อมา    เนื้อหาก็เหมือนกับที่โยมธงรบเล่าให้ฟังนั่นแหละ 




              ขอโอกาส ครับครูบา

                                           
                                          เนื่องด้วยกระผมก็มิได้รู้จักครูบาเป็นการส่วนตัว   และมิได้เคยสนทนาด้วยเพียงแค่รับทราบเลาๆ

              ว่าองค์นี้น่าจะเป็นครูบา    จึงใคร่อยากจะกราบเรียนข้อคิดเห็นบ้างบางประการเกี่ยวกับประเด็นวันที่13 มิ.ย   ด้วยหวัง

               ว่าน่าจะเป็นประโยชน์และทำความเข้าใจต่อสมาชิกผู้เข้ามาอ่านและศึกษาในเวปด้วย   

            1.  ด้วยผมไม่เข้าใจว่าทุกคนผู้ที่ไม่ได้ไปในวันที่ 13  รับทราบรับรู้ถึงเนื้อหาและเนื้อความในแถลงการณ์แล้วหรือไม่

                 หรือว่ามีการลงในเวปให้ดูแล้วแต่ผมพลาดไปผมก็ขอขมาด้วย   เพราะถ้าไม่ผมคิดว่าน่าจะมีผู้สงสัยเนื้อหาในแถลงการณ์

                 และประเด็นนี้ต้องคาอกคาใจด้วย   

             2. ในประเด็นที่ครูบาให้ผ่านไปนั้นผมก็ยังมีความไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเอาการไม่เห็นด้วย กับของคนที่ไปวัดในวันนั้นพิจารณา

                  เรื่องนี้   จำนวนผู้คนที่ไปมิใช่ดัชนีชี้วัดความเห็นของผู้คนทั้งหมดที่เลื่อมใสในปฏิปทาของหลวงปู่และถึงแม้ว่าจะมีเสียง

                  ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ใช่ว่าจักถูกต้องเสมอไป   เพราะในสังคมโลกเองเสียงส่วนใหญ่ก็กระทำการตัดสิน

                  อะไรที่ผิดพลาดอยู่เสมอๆก็มี    แต่ก็มิใช่ว่าจะไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่นะครับ    แต่นี่เป็นแนวทางที่พระจะปฎิบัติมิใช่

                  การกระทำการที่ทางญาติโยมจะกระทำกันเองจึงต้องนำมาปรึกษาหารือ   ขออนุญาติหรือให้พระตรวจสอบความถูกต้อง

                  ก่อนที่จะทำ    เพราะเป็นเรื่องทางธรรม ( วินัยซะด้วย )


                 


               
                  ส่วนนี้เรียนปรึกษานะครับเมื่อไหร่จะพร้อมจะรอให้เต็มภูมิกันก่อนทุกคนทุกท่านหรือยังไง   ทีเวลากิเลสไม่เห็นจะต้องสะสมให้เต็มภูมมิ

                   เลย   แล้วทำไมเรื่อง........ต้องรอด้วย     ที่ต้องถามเช่นนั้นเพราะเห็นว่าคืนนั้นมีผู้คนหลายคนอ้างว่าเรายังไม่.....

                   มีแต่หลวงปู่     ถ้าขาดหลวงปู่ไปใครจะเป็นผู้นำผู้สอน    ทำเหมือนกับว่าถ้าขาดหลวงปู่จะเลิกนับถือพุทธกันยังงั้นแหละ

                   ตรงนี้อาจไม่ถูกใจใครก็ขออภัยแต่หลวงปู่เคยสอนไว้ให้ถูกธรรม ( หลวงปู่เทศน์ในวีซีดีว่าบาดแผลต้องด้านหน้าผมก็ลงใจว่า

                   ถ้าเป็นนักรบ( ธรรม)ก็ต้องมีบาดแผลเป็นธรรมดา   และหลังจากลงใจในคำสอนของหลวงปู่แล้วก็กล่าวในใจว่า

                   พุทธสสาห   นิยยาเทมิ  สรีรญชีวิตญจิท
                   ธมมสสาห    นิยยาเทมิ  สรีรญชีวิตญจิท
                   สงฆสสาห    นิยยาเทมิ  สรีรญชีวิตญจิท

                   
                 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 02:35:08 PM โดย ธงรบ ด่านอำไพ (ธง) »

Bhisake

 /\ หลวงปู่ ครูบาทุกท่าน และทุกท่าน  /\

การจะสืบพระพุทธศาสนานั้น จำเป็นต้องพิจารณาข้อเหล่านี้ไหมครับ

1 ศิษย์วัดสามแยก ไม่ได้มีศีลเสมอกัน และยังทุศีลอยู่ก็มากมายนัก แม้แต่รัตนตรัยก็ไม่บริบูรณ์เสมอกัน
2 การศึกษาค้นคว้า พระไตรปิฎกของศิษย์วัดสามแยก แม้จะอ่านพระสูตรเดียวกัน แต่จะเข้าใจถูกต้องมีสักกี่คน
3 การที่เร่งรีบประกาศข้อความของฝ่ายฆราวาสนั้น มีความจำเป็นหรือไม่ เพราะเหตุแห่งข้อ 1 และ 2
4 ศิษย์วัดสามแยก ที่ไม่มีเว็บ ไม่ได้เข้าเน็ต แต่เอาตามที่หลวงปู่พาให้ดำเนินตามทางแห่งพระพุทธเจ้าพาดำเนินนั้น
ณ ขณะนี้มีผู้ที่ไม่รับทราบเรื่องกี่ท่าน
5 จะขัดเกลาข้อความให้ออกมาดีเพียงใดในประกาศของคณะศิษย์ หากศิษย์บางท่านยังทุศีลอยู่ ยังมีรัตนตรัยไม่บริบูรณ์
จะมีผลต่อคำประกาศไหม ผู้ที่ยังไม่ได้ศึกษาพระไตรปิฎกจะตำหนิถึงหลวงปู่ไหมว่า "มีศิษย์อย่างนี้เหรอ"


ส่วนในส่วนของประกาศของพระวัดสามแยกนั้น ผมเห็นว่า ประกาศออกได้เลยทันที
เพราะเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า พระวัดสามแยก ไม่ได้วินิจฉัยเรื่องต่างๆ ออกไปโดยอัตโนมัติแบบพระสงฆ์ทั้งหลายในปัจจุบัน
แต่ได้ค้นคว้าหาคำพระพุทธเจ้าซึ่งปรากฏมีหลักฐานในพระไตรปิฎกฉบับ 91 เล่มออกมาก่อน แล้วจึงวินิจฉัยตามหลักฐาน
และยังให้ความรู้อยู่สม่ำเสมอแก่ พระสงฆ์ และญาติโยม เสมอมา

แต่อย่างไรก็ตาม ผมขอศึกษาคำประกาศของฝ่ายญาติโยมก่อน จึงจะตัดสินใจอีกครั้ง

ส่วนตัวอยากให้ศิษย์หลวงปู่พบปะกันบ้างเดือนสองเดือนครั้ง ในแต่ละท้องถิ่น เพื่อกระจายข่าว เพื่อเผยแผ่หนังสือและคำสอน
ผมเองก็มีแผนที่จะทำส่วนของบ้านให้ผู้คนมาหยิบหนังสือ ซีดี และนั่งอ่านกันได้ แม้จะมีที่เล็กๆ ก็ตามที

 /\ /\ /\

prawatsamyaek

อ้างจาก: author=ธนิต  จีนะจิตต์ ( โบว์ ) link=topic=1709.msg14604#msg14604 date=1245741011

ขอโอกาส ครับครูบา

                                           
               เนื่องด้วยกระผมก็มิได้รู้จักครูบาเป็นการส่วนตัว   และมิได้เคยสนทนาด้วยเพียงแค่รับทราบเลาๆ

              ว่าองค์นี้น่าจะเป็นครูบา    จึงใคร่อยากจะกราบเรียนข้อคิดเห็นบ้างบางประการเกี่ยวกับประเด็นวันที่13 มิ.ย   
              ด้วยหวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์และทำความเข้าใจต่อสมาชิกผู้เข้ามาอ่านและศึกษาในเวปด้วย   

            1.  ด้วยผมไม่เข้าใจว่าทุกคนผู้ที่ไม่ได้ไปในวันที่ 13  รับทราบรับรู้ถึงเนื้อหาและเนื้อความในแถลงการณ์แล้วหรือไม่

                 หรือว่ามีการลงในเวปให้ดูแล้วแต่ผมพลาดไปผมก็ขอขมาด้วย   เพราะถ้าไม่    ผมคิดว่าน่าจะมีผู้สงสัยเนื้อหาในแถลงการณ์และประเด็นนี้ต้องคาอกคาใจด้วย   

             2. ในประเด็นที่ครูบาให้ผ่านไปนั้นผมก็ยังมีความไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเอาการไม่เห็นด้วยกับของคนที่ไปวัดในวันนั้นพิจารณาเรื่องนี้   จำนวนผู้คนที่ไปมิใช่ดัชนีชี้วัดความเห็นของผู้คนทั้งหมดที่เลื่อมใสในปฏิปทาของหลวงปู่และถึงแม้ว่า
จะมีเสียงส่วนใหญ่เห็นด้วยกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ใช่ว่าจักถูกต้องเสมอไป   เพราะในสังคมโลกเองเสียงส่วนใหญ่ก็กระทำการตัดสินอะไรที่ผิดพลาดอยู่เสมอๆก็มี    แต่ก็มิใช่ว่าจะไม่เคารพเสียงส่วนใหญ่นะครับ   

แต่นี่เป็นแนวทางที่พระจะปฎิบัติมิใช่การกระทำการที่ทางญาติโยมจะกระทำกันเองจึงต้องนำมาปรึกษาหารือ   
ขออนุญาติหรือให้พระตรวจสอบความถูกต้องก่อนที่จะทำ    เพราะเป็นเรื่องทางธรรม ( วินัยซะด้วย )
             
ส่วนนี้เรียนปรึกษานะครับเมื่อไหร่จะพร้อมจะรอให้เต็มภูมิกันก่อนทุกคนทุกท่านหรือยังไง   
ทีเวลากิเลสไม่เห็นจะต้องสะสมให้เต็มภูมมิเลย   แล้วทำไมเรื่อง........ต้องรอด้วย     
ที่ต้องถามเช่นนั้นเพราะเห็นว่าคืนนั้นมีผู้คนหลายคนอ้างว่าเรายังไม่.....

มีแต่หลวงปู่     ถ้าขาดหลวงปู่ไปใครจะเป็นผู้นำผู้สอน   
ทำเหมือนกับว่าถ้าขาดหลวงปู่จะเลิกนับถือพุทธกันยังงั้นแหละ

ตรงนี้อาจไม่ถูกใจใครก็ขออภัยแต่หลวงปู่เคยสอนไว้ให้ถูกธรรม
( หลวงปู่เทศน์ในวีซีดีว่าบาดแผลต้องด้านหน้าผมก็ลงใจว่าถ้าเป็นนักรบ( ธรรม)ก็ต้องมีบาดแผลเป็นธรรมดา   
และหลังจากลงใจในคำสอนของหลวงปู่แล้วก็กล่าวในใจว่า

                   พุทธสสาห   นิยยาเทมิ  สรีรญชีวิตญจิท
                   ธมมสสาห    นิยยาเทมิ  สรีรญชีวิตญจิท
                   สงฆสสาห    นิยยาเทมิ  สรีรญชีวิตญจิท            


1.   เรื่องนำแถลงการณ์ลงเว็บอาตมาก็คิดเหมือนกัน   ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันกับที่โยมธนิตว่ามานั่นล่ะ
แต่เมื่อวานนำเรื่องปรึกษาหลวงปู่เกษม    ท่านบอกว่า    ไหนๆเราก็จะไม่เอาแถลงการณ์อันนั้นแล้ว
เพราะมีผู้ที่ร่วมคณะบางส่วน (ใหญ่) ที่ไม่พร้อมกับแถลงการณ์นั้น  ก็ไม่ต้องนำลงเว็บให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปให้เสียเวลา
แต่ก็ให้เก็บแถลงการณ์เอาไว้   เผื่อจะมีประโยชน์ในวันข้างหน้า    ก็เป็นไปตามนี้

ส่วนเรื่องในวันประุชุมที่  13  นั้น   อาตมาก็นั่ง (สังเกตการณ์) ฟังอยู่ด้วย (แถวหลังๆ)   
เมื่อคาดการณ์ว่าจะต้องออกมาในรูปแบบนี้     ก็ไม่รอนาน     หนีไปหานอนที่กุฏิดีกว่า (ปนเซ็งๆ)
แต่ก็มีเหตุให้ต้องเดินกลับออกมาอีกครั้ง (จากกุฏิอาตมาห่างจากศาลาประมาณ   8 - 900  เมตร)
ก็พอดีมาพบกับกลุ่มพระที่เพิ่งลงจากศาลาไป    ก็ได้เสวนากันต่อ    แล้วก็มีจดหมายน้อยขึ้นไปตามที่ทราบแล้วนั้น

2.  อันนี้ก็ต้องทำใจล่ะว่า   ลูกศิษย์ของหลวงปู่เกษมบางส่วนก็ยัง   "กระหม่อมบาง"   อยู่มาก
ต้องบอกว่าเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่เกษมโดยตรง    และไม่ใช่ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเต็มตัวเหมือนอย่างที่หลวงปู่ท่านพยายาม
พร่ำสอนเอานักหนา   จะเห็นได้ชัดเลยในช่วงแรกๆของการประชุมว่า   ผู้ที่เป็นห่วงนั้นเป็นห่วงในตัวหลวงปู่เกษมโดยตรงเลย
โดยเฉพาะกับคำว่า   "สึก"   บางคนที่เป็นลูกศิษย์หลวงปู่บอกว่า   "รับไม่ได้เลย"   ถึงแม้หลวงปู่จะบอกว่า   "ไม่มีปัญหา"
แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความกังวลของลูกศิษย์กลุ่มนี้ลดน้อยลงไป    จนเมื่อหลวงปู่อธิบายอะไรไปมากมายเกี่ยวกับชาวทิพย์โน่น
บางส่วนถึงได้พอจะยอมรับบ้างและกัดฟันบอกว่า   "พอลุยได้"    แต่ก็ยังมีบางส่วนอีก (มาก) ที่ยัง    "รับไม่ได้"   อยู่ต่อไป

ตอนที่อาตมาปรึกษากับพระอยู่ที่โรงน้ำร้อนตอนกลางคืนนั้น   อาตมาก็ถามพระท่านว่า
สมมติว่าถ้าหลวงพ่อเกษม    อาจิณฺณสีโล     ตายวันนี้    ตายพรุ่งนี้   จะมีพระลูกศิษย์องค์ไหนยอมรับไม่ได้
ต้องคร่ำครวญปริเวทนาเหมือนกับที่โยมๆเขาแสดงให้เราเห็นบนศาลาว่ารับไม่ได้กันบ้าง   ถ้าหลวงพ่อเกษมจะเป็นอะไรไป
ก็ไม่มีพระองค์ใดบอกว่า   "คงจะรับไม่ได้กับเหตุการณ์ตามที่กังวลกันในทางไม่ดี    ซึ่งจะเกิดขึ้นกับหลวงพ่อเกษม"
ในคืนนั้น   ก็สรุปว่าพระทุกองค์ที่ปรึกษากันยอมรับได้กับทุกเรื่องที่จะเกิดขึ้น   ไม่ว่าจะร้ายหรือดี   หนักหรือเบาแค่ไหนก็ตาม

พอมาตอนฉันจังหันเช้า   หลวงปู่เกษมท่านก็ชี้แจงให้กลุ่มพระทราบว่า    ขบวนเราเป็นขบวนใหญ่   
เปรียบเหมือนขบวนรถไฟ    ถ้าล้อรถไฟตู้ไหนน๊อตมันหลวมก็ต้องจอดซ่อมกันก่อน
เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารแล้วถึงค่อยไปต่อ    ท่านก็ชี้แจงอย่างนี้อยู่หลายรอบ


อาตมาและกลุ่มพระก็ต้องยอมรับในคำชี้แจงของครูบาอาจารย์ที่มีเหตุผลนี้
(แม้ในใจพระบางองค์จะคิดว่าตู้ไหนน๊อตมันหลวมจะทำให้เสียเวลาชักช้าในการซ่อมก็ถอดมันทิ้งไว้นั่นล่ะว่ะ 
และถ้าน๊อตมันหลวมทุกล้อทุกตู้    ก็ปลดมันทิ้งให้หมด    ให้เหลือแต่่หัวจักรแล้วก็วิ่งห้อตะบึงเข้าใส่เป้าหมายเลย)


แต่....ทั้งนี้    เพื่อความสบายใจและพอที่จะไปด้วยกันได้ในทุกๆฝ่าย    แถลงการณ์ในคืนวันที่  13   นั้น
แม้จะไม่ได้ออกไปก็ตาม    แต่ก็ต้องมีวิธีอื่นๆอีกที่จะต้องได้ออกไปสู่สังคม     เพื่อเป็นมาตรการกระตุ้นให้ผู้คนตื่นตัว
ในการเรียนรู้และรับทราบถึงภัยของพระพุทธศาสนา    อันเกิดขึ้นจากฝีมือของคนและพระในพุทธศาสนาด้วยกันนี่เอง   
แม้จะช้าไปบ้างซักนิด     แต่ก็ไม่ถือว่าเสียการณ์ไปเสียทีเดียว   

เหตุการณ์เกี่ยวกับคณะวัดสามแยกนำโดยหลวงปู่เกษมครั้งนี้ก็คงเข้าทำนองของสุภาษิตที่ว่า   "ช้าๆได้พร้าเล่มงาม"   
และคงจะไม่ใช่ประเภท   "กว่าถั่วจะสุก   งาก็ไหม้"     หรือ    "ได้พบไม้งามเมื่อยามขวานบิ่น"   หรอก




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 24, 2009, 03:24:42 PM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ »

wshop773

ขออนุญาติแสดงความเห็นค่ะ   ;D

อ่านของคุณธนิตแล้ว ยอมรับว่า คิดตรงใจมาก ถูกใจมาก เพราะส่วนตัวแล้วคิดเห็นคล้ายกับที่คุณธนิตเขียน

เป็นอันว่าเป็นคนหนึ่งที่เห็นพ้องกับ คุณ ธนิต ค่ะ

-------------------------------------------------------
อ้างจาก: author=พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ link=topic=1709.msg14616#msg14616 date=1245764722
อาตมาและกลุ่มพระก็ต้องยอมรับในคำชี้แจงของครูบาอาจารย์ที่มีเหตุผลนี้
(แม้ในใจจะคิดว่าตู้ไหนน๊อตมันหลวมจะทำให้เสียเวลาชักช้าในการซ่อมก็ถอดมันทิ้งไว้นั่นล่ะว่ะ 
และถ้าน๊อตมันหลวมทุกล้อทุกตู้    ก็ปลดมันทิ้งให้หมด    ให้เหลือแต่่หัวจักรแล้วก็วิ่งห้อตะบึงเข้าใส่เป้าหมายเลย)

 /\ /\ /\
โยมก็ขอตายไปกับธรรม ไปกับความถูกต้อง
เรามีธรรมเป็นความสว่างอยู่เบื้องหน้า
ความมืดแห่งภัยใด ๆ ก็มิอาจดับความสว่างได้

ข้าพเจ้าขอมีพุทธ ธรรม สงฆ์ เป็นที่พึ่ง ที่พึ่งอื่นเหนือข้าพเจ้าไม่มี
ข้าพเจ้าของเป็นทาสรับใช้ พุทธ ธรรม สงฆ์ นายอื่นผิดไปจากพุทธ ธรรม สงฆ์ เหนือข้าพเจ้าไม่มี

----------------------------------

ในตอนนี้ ได้ส่ง VCD แถลงการณ์ + เอกสารถอดข้อความจาก VCD แถลงการณ์ (ตามที่คุณตุ๊กติ๊กได้ถอดไว้ในกระทู้)
ส่งไปวัดนาปาพง ถึงพระอาจารย์คึกฤทธ์ แล้วค่ะ จัดส่งไปโดย น้องบอลลูน
และโอ๋เอง ได้ส่งข้อมูลไปทาง บรรณาธิการข่าว "โพสทูเดย์" แล้ว
น้องพงศกร ได้ส่งให้ท่าน ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ที่จุฬาฯ

กำลังคิดว่า จะส่งไปยัง บรรณาธิการข่าวที่อื่นๆด้วย ดีมั้ยนะ

ก็ให้เขารับทราบว่า เราไม่ยอมรับการแสดงออกของเขา ส่วนเขาเอาตามเราหรือไม่  "ไม่สน"


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 10:33:58 PM โดย โอ๋ »

tanakrit

อ้างจาก: author=โอ๋ link=topic=1709.msg14620#msg14620 date=1245769009

ในตอนนี้ ได้ส่ง VCD แถลงการณ์ + เอกสารถอดข้อความจาก VCD แถลงการณ์ (ตามที่คุณตุ๊กติ๊กได้ถอดไว้ในกระทู้)
ส่งไปวัดนาปาพง ถึงพระอาจารย์คึกฤทธ์ แล้วค่ะ จัดส่งไปโดย น้องบอลลูน
และโอ๋เอง ได้ส่งข้อมูลไปทาง บรรณาธิการข่าว "โพสทูเดย์" แล้ว
น้องพงศกร ได้ส่งให้ท่าน ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ที่จุฬาฯ

กำลังคิดว่า จะส่งไปยัง บรรณาธิการข่าวที่อื่นๆด้วย ดีมั้ยนะ

ก็ให้เขารับทราบว่า เราไม่ยอมรับการแสดงออกของเขา ส่วนเขาเอาตามเราหรือไม่  "ไม่สน"


 /\อนุโมทนาบุญครับ /\
ความคิดเห็นของผมเรื่องบรรณาธิการข่าวที่อื่นๆด้วยนั้น ถ้าส่งก็เพื่อเผยแพร่สิ่งที่ถูกต้องในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
โดยการเทียบเคียงในพระไตรปิฎก ส่วนเขาเอาตามเราหรือไม่ ก็ให้เขาพิจารณาด้วยปัญญาของแต่ละท่านครับ/\
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2009, 10:34:31 PM โดย โอ๋ »

sombut sootchai

ผมว่าเรา หาวัดที่เอาตามแบบอย่างทางวัดสามแยก รวบรวมดูว่ามีที่ไหนบ้าง

ผมคิดว่าแนวทางนี้คงจะเป็นการกระจายให้คนได้รับทราบว่าการรักษาพระวินัย ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร



สมบัติ สูตรไชย

jb



ในตอนนี้ ได้ส่ง VCD แถลงการณ์ + เอกสารถอดข้อความจาก VCD แถลงการณ์ (ตามที่คุณตุ๊กติ๊กได้ถอดไว้ในกระทู้)
ส่งไปวัดนาปาพง ถึงพระอาจารย์คึกฤทธ์ แล้วค่ะ จัดส่งไปโดย น้องบอลลูน
และโอ๋เอง ได้ส่งข้อมูลไปทาง บรรณาธิการข่าว "โพสทูเดย์" แล้ว
น้องพงศกร ได้ส่งให้ท่าน ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ที่จุฬาฯ

กำลังคิดว่า จะส่งไปยัง บรรณาธิการข่าวที่อื่นๆด้วย ดีมั้ยนะ

ก็ให้เขารับทราบว่า เราไม่ยอมรับการแสดงออกของเขา ส่วนเขาเอาตามเราหรือไม่  "ไม่สน"



[/quote]


 /\  อนุโมทนาบุญ กับคุณโอ๋  น้องบอลลูน  น้องพงศกร  ค่ะ



lak

 /\ร่วมอนุโมทนา..สาธุ