ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260

สังฆทาน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

wshop773

Re: สังฆทาน
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2007, 10:01:30 PM »
 ;D

มีคนฝากมาว่า

แค่คิดถึง พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง  ยากอะไร

ยินดีต้อนรับนะค่ะ   แต่แหม...ปวดใจนักพี่เอ้ย  /\

b

Re: สังฆทาน
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2007, 10:23:08 PM »
บุคคลที่ว่าการระลึกถึงเป็นเรื่องง่ายก็เป็นเรื่องน่ายินดี

แต่สำหรับบุคคลที่ระลึกไม่ได้ หรือระลึกไม่ถูกต้องตรงถึงพระรัตนตรัย
หรือคิดระลึก แต่ไม่รู้หรอกว่า พุทธ ธรรม สงฆ์ คืออะไร
ทำตามๆกัน เอ่ยตามๆกัน ดังนี้ ประโยชน์ที่ได้รับคงไม่เกิด

ดังนี้ จึงเป็นที่มาของคำถาม
(แม้แต่ตัวของผู้ถามเอง เมื่อพิจารณา ศึกษาใคร่ครวญ ทบทวนอยู่ ก็ยังไม่ถึง ไม่ชัด)
เพื่อปวงประชาในคราหน้า ได้เข้ามาศึกษาค้นคว้า
และได้รับความจริงตามที่ควรจะเป็น

อำนาจแห่งพระรัตนตรัย เมื่อเอ่ยแต่ปาก แต่ยังไม่ลึกให้ถึงซึ่งความหมายจนชัดพอ
ความเข้าใจที่เป็นอันควรยิ่งแล้ว การระลึกเบิกบุญมาจึงเบิกมาได้ไม่มาก
หรือเบิกยังไงก็ไม่มา (ดังคำอาจารย์ที่ว่า "ต้องจ่อ")

คำถามเพื่อความรู้ตรงนี้จึงเกิดขึ้นมา เพื่อยังประโยชน์แก่เหล่าปวงพสกนิกรในบวรพุทธศาสนาสืบไป
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2007, 10:33:14 PM โดย b »

wshop773

Re: สังฆทาน
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2007, 10:37:22 AM »
ระลึกถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อย่างไร
เรื่องเล่า เช้านี้   ;D 
ได้โอกาสเล่าเรื่องอีกแล้วเรา (ประสบการณ์ส่วนตัว เจ้าค่ะ มิได้มาชี้ใครถูกผิด)

เมื่อแรกเริ่ม หัดอุทิศบุญ ก็ให้บังเอิ๊ญบังเอิญ ได้ไปหัดทำใจสงบจากพระวัดสะแก จ. พระนครศรีอยุธยา (บ้านข้าเจ้าเองเด้อ)
วิธีทำ
กำพระไว้ในมือ (ท่านแจกพระให้กำ) แล้วให้ท่องยาวกว่าวัดอื่นๆ
ท่อง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ   พร้อมกับใจที่ระลึกว่า พระพุทธเจ้าได้บังเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้
ท่อง ธัมมัง  สะระณัง คัจฉามิ   พร้อมกับใจที่ระลึกว่า พระธรรม    ได้บังเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้
ท่อง สังฆัง  สะระณัง คัจฉามิ   พร้อมกับใจที่ระลึกว่า พระสงฆ์     ได้บังเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้

ในครั้งแรกที่ไปหัด ทั้งหมดนั้นยังเป็นเพียงการฝึก ท่อง ฝึกคิด
เมื่อกลับมาทำที่บ้าน พร้อมๆกับหัด อุทิศบุญโดยการท่องจำจากกระดาษในตอนเช้าก่อนทำงาน และ ก่อนนอน
 
เมื่อไปหัดที่วัดสะแกเป็นครั้งที่สอง ใจจดจ่อกับการคิดเช่นนี้มากกว่าเดิม
ท่อง พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ   พร้อมกับใจที่ระลึกว่า พระพุทธเจ้าได้บังเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้
ท่อง ธัมมัง  สะระณัง คัจฉามิ   พร้อมกับใจที่ระลึกว่า พระธรรม    ได้บังเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้
ท่อง สังฆัง  สะระณัง คัจฉามิ   พร้อมกับใจที่ระลึกว่า พระสงฆ์     ได้บังเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้

เกิดความเข้าใจขึ้นอีกส่วนเกิดขึ้นนอกไปจากการท่องและคิด... ว่า อ๊อ เมื่อพระพุทธเจ้าเกิด ก็มีพระธรรม พระธรรมนั้นไม่ใช้ตำราใบลาน ไม่ใช่ตำรากระดาษที่เราเห็นกัน พระธรรมนั้นคือธรรมชาติที่มีอยู่แล้วบนโลกนี้ พระพุทธเจ้าท่านเข้าใจในธรรมชาติเหล่านั้น จึงเป็นพระธรรมคำสอน สอนให้ผู้อื่นได้รู้ตาม เข้าใจตาม และหลุดจากธรรมชาตินั้นไป เมื่อสอนจึงบังเกิดพระสงฆ์ คือสาวกที่ยอมรับในการอธิบายธรรมชาติ ดำเนินตามเพื่อมุ่งพ้นธรรมชาติ
(หากสิ่งที่เล่านี้ผิดไปจากคำสอนพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ยังยืนยันค่ะว่าเป็นเพียงความคิดส่วนตัวที่เกิดขึ้นในการไปฝึกให้สงบในครั้งที่ 2 ไม่ใช่คำสอนที่อ่านจากพระไตรปิฎก เพราะอันนี้สอนตัวเองยังไม่ได้ศึกษาหาความรู้ เป็นเพียงความคิดของผู้เริ่มต้น ยังเป็นผู้ไม่ศึกษาธรรมคำสอน หากมีผิดไปก็พิจารณาด้วยค่ะ)

จากวันนั้นไม่เคยไปฝึกที่วัดอีกเลย แต่ฝึกอยู่ที่บ้าน กลางวันกลางคืน อุทิศบุญไป เมื่อฝึกหัดนั่งสมาธิ ก็คิด
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ    ธัมมัง  สะระณัง คัจฉามิ   สังฆัง  สะระณัง คัจฉามิ
(จะระลึกต่อเองอัตโนมัติขณะเอ่ย เช่น พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ จะระลึกถึง พระพุทธเลยในทันที)

นานไปกลายเป็น ขออำนาจพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บันดาลบุญข้าถึงยัง ญาติ เทวดาผู้รักษา นายเวร และเชื้อโรคของข้า และ...
 
และปัจจุบัน นั่ง นอน ยืน เดิน ฝันก็ยังอุทิศในความฝันด้วย และนั่งนิ่ง ๆ ให้ใจสงบ ก็คิดเป็น ขออำนาจพุทธ ธรรม สงฆ์ บันดาลบุญข้าถึงยัง ญาติ เทวดาผู้รักษา นายเวร และเชื้อโรคของข้า และ...

ทีนี้ ก็สามารถระลึกโดยไม่ติดภาพ
ว่าอ้อนี่พระพุทธ รูปร่างหน้าตาอย่างพระพุทธรูป   ว่าอ้อนี่พระธรรม รูปร่างหน้าตาเป็นตัวหนังสือคำสอน ว่าอ้อนี่พระสงฆ์ห่มผ้าสี เหลืองส้ม... เมื่อไม่ติดแล้ว พระห้อยคอก็ปลดออก เมื่อไม่ติดแล้วถวายของพระสงฆ์ ก็ไม่ติดว่า จะให้องค์นี้ๆๆๆ นั้นๆๆๆ ถวายพ้นมือไป ก็ไม่ได้สนใจว่า ของจะกลายเป็นขององค์ใด พระท่านจะใช้ของนั้นมั้ย หรือท่านจะเอานำให้ใคร เพียงแค่คิดว่า เราบำรุงสงฆ์ให้ยังมีชีวิตอยู่ต่อไป เจตนาเป็นการให้ในหมู่สงฆ์ และไม่แม้แต่มานั่งเสียเวลาคำนวณบุญว่าจะได้บุญในแต่ละครั้งสักเท่าไหร่ เช่น เราจะไม่ช่วยคนธรรมดาเพราะบุญนั้นได้ผลน้อย  เราจะช่วยเพียงวัดเท่านั้นเพราะบุญเราจะได้มาก ด้วยอานิสงค์ของเนื้อนาบุญที่เราได้ทำทานนี้ไปจะได้บุญมากกว่าเราไปช่วยเหลือคนธรรมดา....แม้ตรงนี้ ยอมรับว่าข้าพเจ้าก็ไม่ฉลาดที่จะมานั่งคำนวณแล้วว่าได้มากได้น้อย...แต่เมื่อก่อน คำนวณว่าทำสิ่งนี้อานิสงค์เช่นนี้ เช่นนั้น ต้องวางใจแบบนี้ แล้วจะได้บุญแบบนั้น ชาติต่อๆไปได้ใช้บุญที่ทำนี้อย่างไร...ไปนั่นเลยเมื่อก่อน

ที่นี้หากท่านใดเกิดคำถามนี้นะ....แล้วมันมัวแต่คิดแบบนี้ จะไปหักทุกข์ หักโศก หักที่ยึดอยู่ใด ๆ ลงได้หล่ะถ้างั้น.....
อันนี้ส่วนตัวเลยนะ...จากผู้ไม่รู้ เลยนะ เช่น
กรณีหมาน้อยที่บ้านกำลังจะตาย...อาการดิ้นรนจะตายแล้ว ข้าพเจ้าก็ไปนั่งข้าง ๆ ดูหมามันดิ้น ๆ อ่อนแรงเต็มที  ข้าพเจ้าคิดอุทิศให้ ญาติ เทวดาที่รักษา นายเวร และเชื้อโรคของหมา คิดวนเวียน แต่ตาก็ดูหมาอยู่ นิ่งๆ เกิดพิจารณาเห็นหมาที่ใกล้ตายนั้นเป็นธรรมดาของโลก พอมันขาดใจนิ่งเงียบ สิ่งแรกที่ทำเลยคือ อุทิศให้เพียงแต่หมาตัวนั้นเพียงอย่างเดียว ขออำนาจ พุทธ ธรรม สงฆ์ บันดาลบุญข้าให้ถึงหมาตัวนี้ ขอหมาจงเข้าใจบุญ รู้จักบุญ ไปอยู่กับบุญ

อุทิศ นิ่งๆๆ อยู่เช่นนั้นเป็นเวลานานพอสมควร ลองจับตัวหมาดู เออตัวมันเย็น....อ๋อเข้าใจแล้ว ที่คนพูดว่าธาตุ 4 ดิน-น้ำ-ลม-ไฟ จริงแล้วไม่ใช่ ต้องเป็น ลม-ไฟ-น้ำ-ดิน เพราะ เมื่อลมดับ ไฟจะดับตาม ซากหมาจึงเย็น อีกไม่นาน น้ำก็จะออกตามมา พองอืด ด้วยซากเสื่อมลง น้ำต่างๆจะไหลออก เก็บกักด้วยหนัง ด้วยเนื้อที่ห่อหุ้มไม่ได้ เมื่อมันอืดด้วยน้ำแล้ว น้ำออกจากซากนี้หมดแล้ว จะยุบลง แข็งแห้ง จะกลายเป็นดินต่อไป.....แล้วเราหล่ะ เราก็เป็นอย่างนี้เหมือนหมาตัวนี้หล่ะมีธาตุเหมือน ๆ กัน ต่างตอนประกอบมาเป็นรูปร่างแตกต่างกัน และคนอื่นๆก็เป็นแบบนี้....เข้าใจแล้วหล่ะที่เขาเรียกกัน ธาตุ 4 คืออะไร ทำงานประสานกันอย่างไร

ที่เล่านี้คือ 1 ตัวอย่างที่เกิดจากการ จดจ่อในการระลึกถึง พุทธ ธรรม สงฆ์ แล้วอุทิศบุญออกไป

สาธุ อาจารย์หมา ได้ตายลงให้เราเห็นธรรมชาติได้   /\
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2007, 09:07:46 AM โดย พ อ เ พี ย ง »

wshop773

Re: สังฆทาน
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2007, 09:09:51 AM »
เรื่องสังฆทาน ที่กล่าวไว้ข้างต้น น่าจะทำให้หายข้องใจกันบ้างแล้ว ท่านใดยังไม่เข้าใจ กรุณาอ่านทำความเข้าใจอีกครั้ง

ดังนั้นขอปิดกระทู้เพียงแค่นี้