ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260

ข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ : เรื่อง คดีเหยียดหยามศาสนา (ตีรูปหล่อ)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

wshop773

จากกระทู้เดิม
http://board.samyaek.com/board1/index.php?topic=1173.msg11169;topicseen#msg11169

เริ่มกระทู้ใหม่ค่ะ กระทู้เก่ายาวมากแล้ว  /\
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 14, 2012, 04:11:48 AM โดย ณัฐาศิกาญจน์ เนื้อนุ่ม (โอ๋) »

phet

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 01:27:23 PM »
ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี    จากในลิ๊งค์นี้ครับ

http://www.pantip.com/cafe/religious/topic/Y6877298/Y6877298.html

natong

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 03:43:09 PM »
ในระบบ SQL และ Php webboard กระทู้ยาวหลายหน้า ไม่มีผลอะไรครับ ไม่เปลืองแรม
ไม่ต้องขึ้นกระทู้ใหม่ก็ได้ครับ

มีผลแค่จิตวิทยา คนเห็นแล้วจะขี้เกียจอ่าน เลยไม่อ่านซะเลย


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 12, 2008, 03:45:15 PM โดย natong »

wshop773

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 04:29:54 PM »
อ้างจาก: author=natong link=topic=1233.msg11191#msg11191 date=1218530589
ในระบบ SQL และ Php webboard กระทู้ยาวหลายหน้า ไม่มีผลอะไรครับ ไม่เปลืองแรม
ไม่ต้องขึ้นกระทู้ใหม่ก็ได้ครับ

มีผลแค่จิตวิทยา คนเห็นแล้วจะขี้เกียจอ่าน เลยไม่อ่านซะเลย




ขอบคุณค่ะ ด้วยเหตุผลนี้หล่ะค่ะ 
1 ขี้เกียจอ่าน
2 กลับไปค้นหาข้อมูลเดิมลำบาก (สำหรับบางคน)

 /\
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 12, 2008, 05:41:59 PM โดย โอ๋ »

krit5915

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 05:38:28 PM »
1. เขาบอกว่านับถือพระพุทธรูปคือ พระพุทธเจ้า
    พระพุทธเจ้ามีขายกันเกลื่อนเมือง  เอาพระพุทธเจ้ามาวางขายกัน 
    ซื้อพระพุทธเจ้า  ไม่เคยคิดกันบ้าง
2. ห่วงอะไรกันกราบไม่กราบ  โน่นวิธีปฏิบัติ (พระไตรปิฏก ไม่เคยอ่านซักที มีแต่บอกว่าเป็นของพระ ร้อยละ 90 รู้จักแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเปิดอ่านว่ามีอะไรบ้าง แล้วเอามาเถียงข้างๆคูๆ มั่วตามใจตนเอง)
3. ปล่อยเขาไปเถอะ พวกเราศึกษาคำสอนแล้วปฏิบัติดีกว่าเยอะ
4. เถียงกันเมื่อยปาก เปลืองอารมณ์เปล่าๆ

์์Nutkamol

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2008, 07:03:58 PM »
 /\ ได้ฟังข่าวครั้งแรก ข้าพเจ้ามิได้เกิดอาการหวั่นไหว ใด ใด ทั้งสิ้น
    ตรงกันข้ามกลับดีใจ และ คิดว่า ก็ดีนะซิ คนในประเทศไทย
    จะได้หันมาอุทิศบุญ ตามวิธีที่หลวงปู่ฯนำมาสอน
    แล้วประเทศไทยจะได้เจริญ ๆ ๆ ๆ ตลอดไป.....  :D :D :D

    จากการสำรวจคนรอบตัว แล้ว พบว่า ผู้ที่นำวิธีอุทิศบุญไปใช้จนได้ผล ตอบ กลับมาว่า ไม่สนใจกับข่าวนี้ สนใจ
    แต่ประโยชน์ที่ตนได้รับจากการอุทิศบุญที่ทำตามหนังสือที่ได้รับแจกเท่านั้น.... :D :D :D

Greenshade

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 10:20:41 AM »
ขอถามท่านสมาชิกในเวปนี้ ซักสองสามข้อนะครับ

1.องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์จริง คือ อะไร

2.ถ้าท่านเจอ พระพุทธเจ้าองค์จริง พวกท่านจะยกมือไหว้หรือไม่?

3.ถ้าท่านไหว้ ร่างกายที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเนื้อ กับ พระพุทธรูป ที่เป็นทองเหลืองต่างกันตรงไหน? (เพราะท่านเข้าใจว่าการไหว้พระพุทธรูป เป็นการไหว้ทองเหลือง)

4.เวลาท่านเห็นพระพุทธรูป ท่านนึกถึงอะไร?

5.ถ้าเห็นพระพุทธรูปครั้งไหน เรา นึกถึงความดี หลักธรรมคำสอนของ พระพุทธเจ้า แล้วกราบลงไป มันเป็นของไม่ดีตรงไหนครับ?


ไม่มีใครไหว้พระพุทธรูปแล้วคิดว่าเป็นพระพุทธเจ้าจริงๆหรอกครับ ถึงแม้คนที่เกิดทันกายเนื้อของพระพุทธเจ้า ก็ไม่ได้ไหว้ เนื้อหนัง เลือด หรือกระดูก หรอกครับ      เรากราบไหว้  ความดีของท่าน ต่างหาก   

การกราบไหว้พระพุทธรูป พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ทรงสอนก็จริง แต่ เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนที่เกิดไม่ทันกายเนื้อของท่าน สร้างขึ้น ด้วยแรง ด้วยใจศรัทธา ให้ใกล้เคียงองค์จริงที่สุด เพื่อหวังให้ลูกหลานได้รู้ว่าเคยมีมหาบุรุษเช่นนี้ในอดีต
ถึงเป็น วัตถุธาตุ ก็เป็น วัตถุที่ควรให้ความเคารพบูชา

สุดท้ายขอโทษด้วยครับ ที่ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ซึ่งไม่ตรงกับข้อตกลงของทางเวป

ผมดีใจที่สมัยนี้คนฉลาด หันมาสนใจพุทธศาสนากันมากขึ้น

noomkku

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 04:29:26 PM »
่เท่าที่ทราบมาและเคยเป็นมาก่อนคือ  พระพุทธรูป องค์ไหนที่เขาลำ่ลือว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆ ผู้คนต่างก็กระเสือกกระสน พยายามจะไปกราบไหว้ขอ ให้ตนเองประสบความสำเร็จมีความมั่นคงในหน้าที่การงาน มีเงินมีทองมากมาย ให้ถูกหวย ให้ได้ลูกชายลูกสาว ให้ได้แฟนดีๆ  ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บที่ตนเองเป็นอยู่ ฯลฯ มากมายเหลือคณานับ คิดดูเองว่า พระพุทธองค์ สอนให้เรา ละกิเลสต่างๆ แต่ที่ไปขอนั้น มีอะไรบ้างที่เป็นไปเพื่อละกิเลสบ้าง ถ้าสมมติว่าท่านช่วยได้ตามคำขอจริงๆ ท่านจะช่วยเราแบบไหนหละ ช่วยให้เราหลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งหลายนี่ไม่ดีกว่าเหรอ

ท่านผู้กราบพระพุทธรูปแล้วนึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธองค์ ก็ขออนุโมทนาด้วย

(100 คนจะมีสักกี่คนที่คิดได้ดังว่า เพราะหลงผิดกันมาเยอะ สร้างพระพุทธรูปแล้วปลุกเสก(จะปลุกทำไมท่านตื่นมานานแล้ว) เบิกเนตรเปิดเนตรบ้าง เปิดอะไรต่อมิอะไรเพื่อให้ดูขลังจะได้ราคาดี มีพระมาร่วมพิธีด้วย ถ้ามียศสูงๆ มีชื่อเสียงด้วย ก็ยิ่งได้ราคาดี ลงทุนแค่เศษดินแต่ได้กำไรมหาศาล หากินกับความเชื่อความศรัทธาของชาวบ้าน ยิ่งทำให้ชาวบ้างหลงกันเข้าไป) ชาวพุทธที่ดีควรช่วยกัน เผยแผ่ธรรมของพระพุทธองค์ อย่างที่ถูกที่ควรจะเป็น เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่สืบไป
   ความเจริญในธรรมจงมีแด่พุทธศาสนิกชนที่ใฝ่รู้ในธรรมของพระพุทธองค์

nopparat

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 05:28:07 PM »
 /\ /\ /\  กับคุณธงรบที่นำความรู้มาตอบปัญหาได้อย่างแจ่มแจ้งชัดเจนทุกถ้อยคำ และก็ไม่น่าจะมีอะไรที่เป็นประเด็นที่ผู้อ่านได้เคลือบแครงสงสัยอีกนะคะ ถ้าชาวพุทธนั้นศึกษาพระสัทธรรม คำสอนของพระพุทธองค์อย่างถูกต้อง แท้จริง  ไม่ใช่เป็นชาวพุทธที่นับถือตามทะเบียนบ้าน นับถือแบบตาม ๆ บรรพบุรุษและก็เชื่ออย่างงมงายโดยไม่ได้หาความรู้นั้นมาเพิ่มเติมให้กับตัวเอง ถ้าไม่ศึกษาและนำมาปฏิบัติก็ไม่ใช่ที่ท่องกันอยู่ว่า สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ ฯ ชาวพุทธนี่เป็นแบบที่หลวงปู่ว่าจริงๆ ชอบโกหกพระพุทธเจ้า จำคำนี้ไว้เสมอค่ะ และปฏิบัติตามที่ตัวเองทำได้เท่านั้นค่ะไม่มั่วทำแล้วค่ะ

dexdee

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 07:11:41 PM »
อ้างจาก: author=Greenshade link=topic=1233.msg11208#msg11208 date=1218597641
ขอถามท่านสมาชิกในเวปนี้ ซักสองสามข้อนะครับ

1.องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์จริง คือ อะไร

2.ถ้าท่านเจอ พระพุทธเจ้าองค์จริง พวกท่านจะยกมือไหว้หรือไม่?

3.ถ้าท่านไหว้ ร่างกายที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็นเนื้อ กับ พระพุทธรูป ที่เป็นทองเหลืองต่างกันตรงไหน? (เพราะท่านเข้าใจว่าการไหว้พระพุทธรูป เป็นการไหว้ทองเหลือง)

4.เวลาท่านเห็นพระพุทธรูป ท่านนึกถึงอะไร?

5.ถ้าเห็นพระพุทธรูปครั้งไหน เรา นึกถึงความดี หลักธรรมคำสอนของ พระพุทธเจ้า แล้วกราบลงไป มันเป็นของไม่ดีตรงไหนครับ?


ไม่มีใครไหว้พระพุทธรูปแล้วคิดว่าเป็นพระพุทธเจ้าจริงๆหรอกครับ ถึงแม้คนที่เกิดทันกายเนื้อของพระพุทธเจ้า ก็ไม่ได้ไหว้ เนื้อหนัง เลือด หรือกระดูก หรอกครับ      เรากราบไหว้  ความดีของท่าน ต่างหาก   

การกราบไหว้พระพุทธรูป พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ทรงสอนก็จริง แต่ เป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนที่เกิดไม่ทันกายเนื้อของท่าน สร้างขึ้น ด้วยแรง ด้วยใจศรัทธา ให้ใกล้เคียงองค์จริงที่สุด เพื่อหวังให้ลูกหลานได้รู้ว่าเคยมีมหาบุรุษเช่นนี้ในอดีต
ถึงเป็น วัตถุธาตุ ก็เป็น วัตถุที่ควรให้ความเคารพบูชา

สุดท้ายขอโทษด้วยครับ ที่ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ซึ่งไม่ตรงกับข้อตกลงของทางเวป

ผมดีใจที่สมัยนี้คนฉลาด หันมาสนใจพุทธศาสนากันมากขึ้น
ขอบคุณที่ได้แสดงความคิดเห็นค่ะ..นั่นหมายความว่าท่านมีการวิเคราะห์ในเหตุและผลที่ดี..ในที่นี้..เรามิได้เหยียดหยามในวัตถุของท่านทั้งหลาย..แต่หากเราละเว้นที่จะยึดในวัตถุเหล่านั้น..คำสอนของพระพุทธองค์ที่พวกเราพึงปฎิบัติ ณ.เวลานี้..และนี้คือเหตุผลที่ผู้มีปัญญาทั้งหลายพึงระลึก...ดังเช่นที่ได้กล่าวว่ามิอาจจะทำความเข้าใจให้กับทุกคนได้...ก้อนเมฆแม้ก้อนเดียวกันการมองเห็นและการรับรู้ยังต่างกันทั้งที่มันคือก้อนเมฆเท่านั้น

dexdee

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 07:20:54 PM »
ธรรมะ..ที่แสนสบายแต่พระรัตนตรัยก็ยังอยู่ครบ..ไม่จำเป็นต้องขวนขวายในวัตถุใดๆ..แม้การกระทำใดๆต่อวัตถุนั้นๆก็ไม่ต้องระแวงว่าจะเป็นบาป..สบ้าย..สบาย.. ;D

cow2505

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2008, 10:16:03 PM »
".....  แน่นอนที่สุดว่าท่านใดจะอาศัยรูปเป็นที่ระลึกถึงพระพุทธเจ้าอยู่ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน....แต่ว่าจิตผูกพันกับอะไรตายไปขณะนั้นก็จะไปอยู่กับสิ่งนั้นยืนยันในพระไตรปิฎกแน่นอน  ประโยชน์ในการยึดพระพุทธรูปนั้นมีอยู่ถ้าท่านใช้เป็นสื่อระลึกถึงพระพุทธเจ้านั้นมีประโยชน์อยู่ก็จริง แต่ถ้าตอนตายไปนึกเห็นรูปปั้นใดๆ จิตก็จะไปสถิตอยู่กับรูปนั้น    นี่คืออันตรายของพระพุทธรูปที่ข้าพเจ้าได้เรียนรู้จากหลวงปู่  เหมือนเรากินยาที่มีทั้งประโยชน์และโทษถ้ากินพอเหมาะโรคก็หายแต่ถ้ากินมากไปก็อันตราย   กับทานยาอีกอันที่ไม่มีอันตรายใดๆเลยแต่ก็กินแล้วหายเหมือนกันท่านจะเลือกกินยาแบบใหน   เรื่องของการอยากให้เทวดาช่วยไม่ต้องวิ่งเร่ไปหาเทวดาที่สถิตในพระพุทธรูปทีใหนๆหรอก  อยู่ใกล้ๆตัวก็ตั้งเยอะ  ให้บุญเขาให้ถูกวิธี  บ่อยๆเยอะๆจนเขาพอใจและมีอำนาจมากเขาก็จะช่วยเราได้เองหรอก...." 

keng

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2008, 01:17:09 AM »
รู้อะไรบ้างหรือเปล่าว่า ชาวไทยหลายๆคนที่เคยนับถือพุทธ แล้วหันไปนับถือศาสนาอื่นๆ เพราะเหตุใด

ผมไปอ่านเจอในกระทู้อื่นๆ พบว่า การแสดงความคิดเห็นจากหัวข้อที่ว่า คิดยังไงกับศาสนาพุทธ สาเหตุหนึ่งที่คนเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นคือ การไหว้พระพุทธรูป นี่แหละครับ


อ้างถึง
คำตอบที่ 3   
 
pop
31 มี.ค. 50
เวลา 22:08:15
 ผมเชื่อว่าหลักศาสนาพุทธที่แท้จริง พระพุทธเจ้าก็ทรงสอนไม่ไห้ยึดติดกับรูปเคารพ แต่ชาวพุทธจำนวนมากกลับถือรูปเคารพกันเอง สิ่งสำคัญคือหลักธรรม และอีกอย่างพระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่าต้องเชื่อพระพุทธเจ้า ขอให้ถือศีลเป็นหลักสำคัญ ทำดีเข้าไว้ แต่สำหรับคริสเตียนแล้ว ต้องเชื่อพระเจ้า เพราะความรอดได้มาจากความเชื่อ และเพราะพระเจ้าเป็นผู้สร้างมนุษย์อย่างแท้จริง ดังนั้นการเชื่อถึงการดำรงอยู่ของพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์จึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ผมเคยเป็นพุทธมาก่อน แต่ในความคิดของผมคือการเชื่อในพระเจ้าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะอะไรเหรอครับ เพราะการเชื่อพระเจ้าจะนำเราไปสู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง สมบูรณ์แบบในที่นี้ก็คือเรามีพระเจ้าด้วย ได้ทำดีด้วย เราไปไหนพระเจ้าไปกับเราด้วย แต่ถ้าเราไม่เชื่อพระเจ้าเราก็มีแต่ทำดี แต่ไม่มีพระเจ้าไปด้วย แล้วคุณคิดว่าอันไหนมันจะดีกว่ากันล่ะครับ

สรุปง่ายๆก็คือ
คริสเตียน=เชื่อพระเจ้า+ทำความดี+พระเจ้าอยู่ด้วยตลอด(ลงตัวสุดๆ)
ศาสนาอื่น=ไม่เชื่อพระเจ้า+ทำความดี+(แต่)พระเจ้าไม่ไปด้วย

เข้าใจแล้วนะครับ
 

อ้างถึง
คำตอบที่ 4   
 
Holy
31 มี.ค. 50
เวลา 22:17:04
 พระเจ้ารักทุกคนครับ ผมชอบศาสนาพุทธนะครับ เป็นวิทยาศาสตร์ดี แต่ที่งงๆก็คือจะมีการกราบไหว้รูปปั้น และทำอะไรออกแนวไสยศาสน์ โดยเฉพาะในประเทศไทยด้วยแล้ว พระสงฆ์ชอบทำอะไรที่พระไม่ควรทำ เช่นใบ้หวย ฯลฯ ทั้งๆที่เรื่องเหล่านี้พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนไว้ พื้นฐานดั้งเดิมมันได้ทับถมกันมาและปนๆกันอ่ะครับ ผมเลยสับสนมากๆ ถ้าเป็นพุทธเพียวๆนี่ ชอบมากครับ สู้ๆนะ
 



คิดแล้วก็น่าสงสารคนเหล่านั้นที่ต้องเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่น ทั้งๆที่ก็มีของดีอยู่กับตนอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะความไม่รู้ การไม่ศึกษาถึงแก่นแท้ของพุทธ ทำให้คนเหล่านั้นเสียโอกาสดีๆไป ช่างน่าเศร้าใจจริงๆ

ที่มา(เป็นเว็บของชาวคริสต์นะครับ): http://www.jaisamarn.org/webboard/question.asp?QID=3131&Direct=go&PageNo=1

prawatsamyaek

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2008, 01:42:42 AM »

อ้างถึง
ไม่มีใครไหว้พระพุทธรูปแล้วคิดว่าเป็นพระพุทธเจ้าจริงๆหรอกครับ ถึงแม้คนที่เกิดทันกายเนื้อของพระพุทธเจ้า
ก็ไม่ได้ไหว้   เนื้อหนัง   เลือด   หรือกระดูก หรอกครับ    เรากราบไหว้  ความดีของท่าน ต่างหาก 

ขอพูดถึงแค่ประเด็นนี้ก็แล้วกัน   

ถ้าหากว่าชาวพุทธทุกคนคิดได้ - ทำได้   ดังที่ว่ามานี้    ก็เป็นสิ่งที่น่าจะอนุโมทนายินดีเป็นอย่างยิ่ง

เพราะว่าวัตถุทั้งหมดทั้งสิ้นในโลกธาตุทั้งหลาย    ไม่จำกัดเฉพาะแค่พระพุทธรูปทองเหลือง - ทองแดงเท่านั้น
ผู้ที่ศึกษาพุทธศาสนาได้ทั่วถึงดีเมื่อเห็นวัตถุใดๆก็ตาม
ก็สามารถที่จะน้อมระลึกนึกถึงพระธรรมคำสอนที่พระพุทธเจ้าตรัสได้
ก็สามารถจะระลึกถึงคุณงามความดีของพระพุทธเจ้าได้เหมือนกัน
เพราะธรรมที่พระพุทธเจ้าสอน      เมื่อว่ากันโดยย่อก็สรุปลงที่เรื่องของอนิจจัง - ทุกขัง - อนัตตาทั้งนั้น
วัตถุทั้งหมดในโลกทั้งหลาย     ก็เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้กฎของอนิจจัง - ทุกขัง - อนัตตาด้วย
เมื่อเห็นวัตถุใดๆก็น้อมพิจารณาถึงสภาพของมันตามความเป็นจริงคืออนิจจัง - ทุกขัง - อนัตตา   
อันนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องดี

แม้แต่อุจจาระหรือขี้    ถ้าผู้ที่ศึกษาพุทธศาสนามาทั่วถึงดีแล้ว   
ก็สามารถน้อมนำเอาประโยชน์จากอุจจาระหรือขี้นี้มาเป็นประโยชน์ต่อจิตใจได้
คือ  เมื่อเห็นขี้แล้วสามารถจะน้อมรำลึกถึงธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า   จนสามารถจะบรรลุมรรค - ผลก็มีตัวอย่างอยู่

แต่เมื่อเห็นขี้และสามารถพิจารณาความเป็นจริงของขี้จนบรรลุมรรค - ผล  ได้แล้ว
ก็จะต้องไม่หวงในขี้นั้น   ใครเขาจะมาทำลายขี้ - ทำความสะอาดขี้    ก็จะต้องไม่หวง - จะต้องไม่โกรธต่อผู้นั้น
เพราะเข้าใจดีว่า    วัตถุทั้งหมดรวมทั้งขี้นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะยึดมั่นถือมั่นได้
อันนี้ต้องย้ำว่า     นี่คือวิถีของผู้ที่ศึกษาพุทธธรรมมาดีแล้ว

เรื่องตามตัวอย่างก็ตามนี้        เล่ม   16   หน้า   333

...ก็ในคืนนั้น   มนุษย์คนหนึ่ง   ถูกอุจจาระเบียดเบียนเอา   จึงถ่ายอุจจาระลงในผ้าสาฎกนั้น
ทิ้งผ้าสาฎกนั้นไว้ในกองขยะ.   
พระบังสุกูลิกเถระ (พระเถระผู้ใช้ผ้าบังสุกุลเป็นวัตร) 
เห็นผ้าสาฎกนั้นมีแมลงวันหัวเขียวรุมตอมอยู่    จึงประคองอัญชลี.
 

พระมหาเถระจึงถามว่า    ทำไมคุณจึงได้ประคองอัญชลีต่อกองอยากเยื่อเล่า.   

ก็ตอบว่า    ท่านขอรับผมมิได้ประคองอัญชลีต่อกองหยากเยื่อดอก     
ผมประคองอัญชลีต่อพระทศพลพระบิดาของผมต่างหาก 
 
ท่านขอรับ    การที่ภิกษุถือเอาผ้าบังสุกุล   ที่เขาห่มซากของนางปุณณทาสีแล้วทิ้งไว้   
ไล่ตัวสัตว์เล็ก ๆ     ประมาณทะนานหนึ่งออกมาจากป่าช้า  ทำได้ยาก.   

พระมหาเถระ  คิดว่า  การตรึกของภิกษุผู้ทรงผ้าบังสุกุลหมดจดแล้ว.     

แม้พระเถระผู้ทรงผ้าบังสุกุลยืนอยู่ในที่นั้นนั่นเอง  เจริญวิปัสสนาบรรลุผล  ๓
ถือเอาผ้าสาฎกผืนนั้นทำเป็นจีวรห่มไปยังปาจีนขัณฑราชีวิหาร   แล้วบรรลุพระอรหัตซึ่งเป็นผลชั้นเลิศ...


แต่ทีนี้ชาวพุทธเราเดี๋ยวนี้    ไม่ได้ศึกษาพุทธธรรมเพื่อที่จะให้ตัวเองเข้าใจในเรื่องของพุทธรูปตามความเป็นจริงเลย
ซึ่งความจริงตรงนี้เป็นเรื่องที่ปฏิเสธไม่ได้     เพราะชาวพุทธทั้งหลายก็ได้รับการปลูกฝังกันต่อๆมาว่า   
พระพุทธรูปคือตัวแทนพระพุทธเจ้า     ก็ได้รับรู้กันมาเพียงเท่านั้น   
เมื่อนานเข้าเรื่องวัตถุกับผู้ทีเ่รียกตัวเองว่าชาวพุทธนี่บานปลายไปเลย
เท่าที่เห็นนะ   ผู้ที่เรียกตัวเองว่าชาวพุทธนี่ไปกราบไปไหว้วัตถุทั้งหลายที่เขาเล่าลือกันว่าศักดิ์สิทธิ์อย่างนั้นขลังอย่างนี้
อย่างรูปเทวดา - พรหม - ยักษ์หรือแม้แต่หมูห้านิ้ว - ต้นกล้วยแปลกๆหน่อย - ควายที่มีรูปร่างประหลาดกว่าควายทั่วๆไป
ก็เห็นชาวพุทธแห่ไปกราบไหว้ขอให้ร่ำรวย - ขอให้โชดดี     บนบานกันสารพัดเรื่อง   
อันนี้คือเรื่องจริงของชาวพุทธที่ต้องยอมรับ

ซึ่งการเข้าใจของชาวพุทธในลักษณะนี้เป็นการเข้าใจศาสนาที่ผิดเพี้ยน - บิดเบือน   ไปจากหลักพุทธธรรมแล้ว
และตอนนี้ก็ไปไกลจนไม่รู้ว่าจะกู่กันกลับหรือเปล่า   ทั้งพระและโยมเพราะเห็นขยันหล่อ - ขยันแกะกันออกมาจัง
เพราะไปเข้าใจว่า   พระพุทธรูปคือตัวแทนของพุทธศาสนา   
ใครไปทำอะไรรุนแรงกับพุทธรูปต้องออกมาปกป้องกันจริงจัง

แต่พอตอนที่สำนักสอนศาสนาพุทธบางสำนัก    ซึ่งก็มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในปัจจุบันนี้ด้วย (แต่ไม่อยากเอ่ยถึง)
สอนผิด - สอนเพี้ยน - สอนบิดเบือน   ไปจากหลักของพุทธศาสนาที่อ้างอิงได้จากพระไตรปิฎก
ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครไปทำอะไร     หรือ    ไม่เห็นมีใครเรียกร้องให้ยุติการเผยแพร่ศาสนาธรรมที่ผิดๆนั้น
ก็ยังเห็นผู้คนเดินทางไปศึกษากันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง    ทั้งๆที่สอนผิดไปจากพระไตรปิฎกอย่างชัดเจน


อันนี้ก็แสดงให้เห็นว่าสังคมชาวพุทธเรา   พยายามพิทักษ์ปกป้อง - รักษา    พระพุทธรูป    กันอย่างจริงจัง
แต่ไม่ได้พยายามอย่างจริงจังที่จะศึกษาและพิทักษ์ปกป้อง - รักษา   พุทธธรรม   ให้มั่นคงอยู่ในจิตใจไปยาวนาน

เอาง่ายๆก็ได้    พระภิกษุสามเณรในเมืองไทยนี้    ต้องยอมรับว่าทำผิดพระวินัยของพระพุทธเจ้ากันเต็มบ้านเต็มเมือง
แต่ก็ไม่เห็นมีใครมาเรียกร้องให้พระ - เณร    ประพฤติปฏิบัติตัวตามศีลธรรมที่ถูกต้องอย่างจริงจังเลย
ทั้งๆที่พระวินัยนี้ก็หมายถึง   พุทธธรรม    อีกอันหนึ่งเหมือนกัน

แต่พระพุทธรูปที่ทำกันขึ้นมาและพยายามปกป้องกันอย่างสุดจิตสุดใจนั้น
ก็ต้องยอมรับอีกว่า   นี้เป็นเรื่องที่อยู่นอกไปจาก   พุทธธรรม   ชัดเจนตรงตัวแน่นอน



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2008, 06:11:01 AM โดย พระพันธกานต์ อภิปญฺโญ »

ssomchats

Re: แจ้ง เรื่องหลวงปู่ลงไทยรัฐหน้าหนึ่ง (2)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2008, 05:53:57 AM »
จริงชาวพุทธ ที่กราบไหว้  พระพุทธรูป   ก็เชื่อพยามยามจะใช้ให้พระพุทธ ทำอะไรให้  ถูกไหมครับ
สมัยเด็กพ่อผมก็สอนให้ไหว้พระพุทธรูป  ผมก็ถามพ่อว่าไหว้ทำไม  พ่อตอบว่าให้ท่านคุ้มครองเราไงและให้อธิฐาน
ให้ท่านช่วยให้เราสมปรารถนา ไม่ให้มีโรคภัย...
พอโตขึ้นมาเราเองก็อธิฐาน ก็ขอให้มีเงินมีทอง   สมปรารถในเรื่องงาน  ความรัก
พอไม่สมหวังเสียใจ  ก็อยากหาสิ่งที่มองเห็นจับต้องได้   เป็นที่ระบายทุกข์  ก็ไหว้ทองเหลือง ปรับทุกข์
เพราะไม่มีเงินไม่อยากเจือหัวโล้นเดียวโดนไถเงินไล่เคราะห์  ขายพระเครื่องอีก  สมัยนี้มีมาก
พอเริ่มแก่ก็อยากหาบุญเพื่อโลกหน้า  หวังให้พระพุทธรูปพาไปสวรรค์     ซึ่งผิดถนัด   ติดในรูปก็อยู่ที่รูปนั้นไป

หลักพื้นฐานของธรรม   คือการห้ามใจ  ตัวผมเองเป็นเพราะความทุกข์  จากเรื่องงาน เงิน ความรัก
ทำให้เป็นทุกข์ ผมหาทางออกด้วยการศึกษาธรรม ไม่เสียเงิน     การสอนของหลวงพ่อเกษม ผมชอบมาก     
ธรรมที่ดีไม่ใช่คำสวยหรู  แค่คำง่ายยังเข้าใจยาก  ใช้คำดีมากแล้วจะเข้าใจได้ไง

พอออกจากรูปมันรู้สึก  แคว้งคว้าง  แปลกๆดี  ยอมรับว่า เมื่อเกิดความรู้สึกอ้างว้าง  ก็อยากกลับไปหาที่พึงที่มีรูปจับต้อง
ก็ต้องมาตั้งสติว่า  ไม่ใช่     ผมว่านี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่  ชาวพุทธ   ยึดรูปเป็นที่พึ่ง

ทุกวันนี้ความรู้สึกหงุดหงิดก็ก่อกวนจิตใจ ก็อุทิศบุญ ก็ทำไม่ได้มาก   ถ้าทำงานเหนื่ยก็อุทิศน้อยทุกที คงต้องสู้อกหลายชาติกว่าจะ
ถึงที่หมาย  บุญที่ได้เกิดมาเรียนรู้
ก็หวังให้เหตุการณ์นี้คนตื่นตัว  คิดได้ว่า ธรรมของจริงเป็นอย่างไร