ที่พักสงฆ์ป่าสามแยก บ้านห้วยยางทอง ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ 67260

ขอเล่าด้วยคน

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

lak

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #105 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2009, 07:22:53 PM »
 /\สวัสดีค่ะ...อ่านแล้วก็สนุกดี  การอุทิศบุญนี้เห็นผลจริงนะคะ    มีเพื่อนๆแล้วก็...
ญาติธรรมรุ่นคุณแม่     ใช้วิธีอุทิศบุญรักษาโรค หายก็หลายรายแต่ยังไม่มีเวลาเอาเล่าค่ะ
..... :)ขอเล่าเรื่องตัวเองย่อๆก่อนเรื่องหนึ่ง  :)  ดิฉัน  บุญลักษณ์  จินดานิล  ปกติวันอาทิตย์เป็นวันหยุดงาน
ของเพื่อนๆ  ก็นัดกันว่า อ่านหนังสือพระไตรปิฎก หรือไม่ก็เปิดธรรมของหลวงปู่ดู  ที่ ซ๊า เก ว๊าน
แต่ ดิฉัน พักอยู่ที่  คอส เว เบย์  ต้องไปยืนรอรถเมลล์สาย ๘  ที่หน้า ห้างโซโก้  ในวันปกติ
 รถจะมาระยะห่างกัน ๑๕ นาที  แต่ถ้าเ็ป็นวันอาทิตย์รถจะติดบ้าง  บางทีเป็นครึ่งชั่วโมง
 มีครั้งหนึ่งเกือบชั่วโมง  ??? จนต้องเดินลงไปนั่งรถไฟใต้ดินแทน  ที่ไม่ชอบนั่งรถไฟใต้ดน เพราะต้องเดินขึ้นบ้าน
ที่อยู่ข้างภูเขา  ก็เหนื่อยเอาการนะถ้านั่งรถเมลล์เดินเข้าบ้านสบายหน่อยจ้า ;D
    ....และเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาวันที่  ๒ /๘/๒๕๕๒  นี้แหล่ะจ๊ะ    หลังจากเอาธรรมะลงเครื่่อง  เอ็มพีโฟร์ เสร็จ
เดินออกจากบ้าน  มารอรถสาย๘ ที่เดิม ก็เอ๊ะ ..ไม่มีใครสักคน เราคนแรก  สงสัยรถเพิ่งออกไปนะ...รอไปสักพัก
ก็มีคนมามาต่อคิวก็นึกได้ว่า  ออ... วันนี้วันอาทิตย์ตั้งรออีกนานแน่เลย  ทำไงว๊าไม่อยากนั่งรถไฟก็นึกได้ :D
โอนบุญค่ะ    ขออำนาจ พุทธ-ธรรม-สงฆ์ โอนบุญของข้าถึงเทวดาที่รักษาข้า  เมื่อท่านได้บุญแล้ว
ช่วยตามรถเมลล์เบอร์ ๘ มาไวๆๆด้วย  ถ้ารถติดก็ให้ซิกแซกออกมาไวๆๆ ไม่อยากรอนาน
  ดิฉันก็มองดู
นาฬิกา 18.11 น. ก็ตั้งใจโอนบุญต่อไปเรื่อยๆถี่ๆมากขึ้น    มองย้อนไปก็เห็นรถเบอร์๘  แล้ว :D  ก้มมองดูนาฬิกา
เป็นเวลา  18.17 น. ถือรถมาไวกว่าปกติ :)  ก็ดีใจขนลุกซุ่เลย งานนี้เทวดาช่วยเราแน่ :D :D :D
   /\   ไปทำงานก่อนค่ะ ::)

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #106 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2009, 08:35:19 PM »
"...ท่านที่นำการอุทิศบุญไปใช้รุ่นแรกๆก่อนผม  ป่านนี้เขาข้ามขั้นไปศึกษาพระไตรปิฎกอย่างจริงจัง   และกำลังนำคำสอนที่แท้ของพระพุทธเจ้าออกเผยแพร่  เรื่องการอุทิศบุญนี่เขาอาจมีประสบการณ์แปลกๆกว่าผม  แต่เขาไม่มีเวลามาเล่า  ผมชอบเล่าก็เลยเล่าไปทั่ว  และทุกท่านที่อุทิศบุญประจำก็จะเปิดโลกกว้างรับรู้กับผู้ที่เกี่ยวข้องในแดนทิพย์มากขึ้นจะรู้ได้เองแหละครับว่ามีสัญญานตอบรับจากโลกทิพย์มาหาทุกวัน  คงไม่เฉพาะผมที่มีเรื่องเล่าอย่างนี้  แต่หลายท่านก็มีเพียงแต่อยากจะเล่าไหมเท่านั้น   .....ผมดูในทีวีมีคนที่มีสัมผัสพิเศษออกมาแก้กรรมด้วยวิธีการต่างๆเยอะมาก  แต่มีข้อสังเกตว่า  เป็นการแก้ไขแบบกดดันหรือสร้างศัตรูต่อในชาวทิพย์หรือไม่  หรือวิธีการนั้นซับซ้อนยากไปก่อให้เกิดบาปซ้อนมาอีกหรือไม่   อีกอย่างการแก้แบบที่เห็นเขาทำกันในทีวีเป็นการพึ่งผู้อื่นซึ่งอาจทำให้มีปัญหาเรื่องเวลาของผู้ที่คิดจะแก้และอาจมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องด้วย  การแก้ของหลวงปู่เกษมง่ายกว่า  ได้บุญ อานิสงส์เยอะด้วย  แก้แล้วไม่สร้างศัตรูต่อ  สามารถทำได้ด้วยตนเองไม่ต้องเดินทางไปหาใคร  และมีแนวทางในการใช้แก้ปัญหาได้หลากหลาย   ที่เป็นเช่นนี้เราได้ฟังได้ยินจากท่านคงทราบว่าท่านสร้างบารมีในการรู้การเห็นมานานญานทัศนของจึงชัดเจนกว่าหลายท่านที่พูดถึงการแก้กรรมด้วยวิธีต่างๆ   ผมเลยมาเล่าเรื่องต่างๆเพราะผมอยากให้วิธีการอุทิศบุญนี่แพร่หลายไปในกลุ่มสมาชิกใหม่ๆ   อย่างน้อยการอุทิศบุญก็มีกรรมวิธีให้เลิกพึ่งพาอย่างอื่นที่ไม่ใช่  พุทธ  ธรรม  สงฆ์  จึงจะเห็นผล  ถ้ามีผู้คนสนใจอุทิศบุญมากๆ  อย่างน้อยๆที่เห็นจากสมาชิกเล่าให้ฟังหลายท่านเลิกนับถือเหรียญ ปลุกเสก พุทธพานิชย์ทั้งหลายก็ค่อยๆหมดความสำคัญลงไป  พระที่ปลุกเสกก็คงจะค่อยหมดความสำคัญตามไปด้วย  และถ้าทุกท่านหันไปฟังคำเตือนจากหลวงปู่เกษมผู้คนที่แยกพุทธแท้กับพุทธปลอมออกจากกันได้ก็จะมีจำนวนมากขึ้นครับ    ผมเล็งเห็นอย่างนั้นจึงขยันเล่าตามที่สัมผัสได้  ส่วนท่านที่อุทิศบุญได้ผลก็ศึกษาพระไตรปิฎกและช่วยกันเผยพุทธแท้ออกมา  แล้วก็จำไปทำต่อในสวรรค์ พรหมต่อไป จนเข้าถึงพระนิพพานตามที่หลวงปู่เกษมสรุปให้ฟังเมื่อวันเข้าพรรษาก็แล้วกัน(ไปนิพพานทั้งที่ตอนอยู่บนโลกเป็นปุถุชนนี่แหละครับ  แต่จำเอาไปปฏิบัติต่อในสวรรค์หรือพรหม).   ขอบคุณพี่ธงรบ   คุณหมอติ๊ก (ซึ่งทั้งสองท่านน่าจะมีประสบการณ์หลากหลายแต่ไม่มีเวลาเล่า) คุณnahpee  คุณเปรมและคุณ บุญลักษณ์ และทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมในกระทู้ครับ...."

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #107 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2009, 09:15:22 PM »
"..ภรรยาผมนี่เป็นแปลกๆ  เวลาผมอธิบายเรื่องต่างๆที่ได้เรียนรู้จากพุทธแท้ให้ฟังเขาก็ฟัง  แต่บางที่เห็นเราดูซีดีของหลวงปู่เกษมเขาก็หงุดหงิดบ่น   เราก็กลัวเขาจะบาปทะเลาะกันเล็กๆอยู่เรื่อย   แต่เธอมักจะมีผัสสะพิเศษที่รับรู้เรื่องชาวทิพย์ได้  (อาจเป็นเพราะเธอยังไม่หนักแน่นชาวทิพย์จึงไปแสดงอะไรแปลกให้เธอรับร้อยู่เรื่อย)...เมื่อคืนตอนสามทุ่มกว่าผมดูทีวีอยู่  เธอก็นอนเปลอยู่ใกล้ๆกับผมแล้วเธอก็ลุกพรวดพราดขึ้นบอกผมว่า  แผ่เมตตาหน่อยซิ ได้กลิ่นหอมเหมือนดอกกระดังงา(เธอรู้ว่าผมอุทิศบุญบ่อย  แต่เธอชอบเรียกว่าแผ่เมตตา)  ผมคิดว่าเธออุปาทาน เพราะผมนอนอยู่ข้างๆไม่ยักกะได้กลิ่นอะไร  ก็เลยถามว่า  ใช่กลิ่นกระดังงาเหรอเพราะแถวๆนั้นไม่มีใครปลูกกระดังงาไว้เลย  แล้วผมก็ลอง ไปดมกลิ่นอะไรที่อยู่ใกล้ตัวเธอ  ก็พบว่าสิ่งที่ทำให้เกิดกลิ่นหอมชัดที่สุด คือ ขวดวาเป็กซ์ที่ใช้ดมแก้หวัด  ก็เลยถามว่ากลิ่นวาเป็กซ์หรือเปล่  เธอเห็นผมไม่เชื่อก็ตอบแบบงอนๆหน่อยว่า  ไม่ใช่กลิ่นวาเป็กซ์หรอก  ผมก็ยังไม่ปักใจเชื่อเลยเลิกสนใจ  ดูทีวีจนรายการข่าวข้น คนข่าว ช่อง9 จบ  เธอบอกผมให้รีบไปอาบน้ำจะได้เข้านอน  ผมยังไม่อยากนอนเลยบอกว่าก็เลยบอกว่า  "ไปนอนก่อนซิ"   เธอโกรธบอกว่าให้ "รีบปิดทีวีเพราะง่วงนอนแล้ว"  ผมก็เลยโมโหนิดๆก็เลยต่อว่า  "ทุกทีก็เห็นไปนอนก่อนได้วันนี้มาบังคับขู่เข็ญอะไรอีกล่ะ "  เธอตอบว่า  ก็บอกว่า"กลัว  เพราะได้กลิ่นดอกกระดังงาไม่กล้าเข้านอนคนเดียว "  ผมก็เลยคิดว่าที่เธอได้กลิ่นคงเป็นเรื่องจริง  เลยต้องยอมเธอแล้วอุทิศบุญให้ผู้ที่ทำให้ภรรยาได้กลิ่น
....ย้อนหลังไปเมื่อหลายเดือนก่อนเธอนอนบนเปลหลับแต่หัววันราวๆ 3  ทุ่ม  อยู่ๆเธอก็งัวเงียตื่นแบบสลึมสลือขึ้นมาพูดว่า  "มีคนมายืนห้อมล้อมเธอ(คงหลายคน)พากันยกแขนยกขาเธอแล้วบอกว่า  มานอนอะไรอย่างนี้ทำไมไม่ไปนอนในห้องนอน" ...ผมฟังแล้วก็รู้ว่าชาวทิพย์มาทักเธออีกแล้ว
....บางคืนเธอบอกว่านอนหลับอยู่ข้างกับผมเห็นคนตัวดำสูงใหญ่มาเหยียบที่  ข้อเท้าผม  เธอบอกว่ากลัวมาก ก็เลยแผ่เมตตาให้ (ผมเคยบอกวิธีอุทิศบุญให้เขาแต่ไม่รู้ว่าเขาใช้การแผ่เมตตาแบบใหนเพราะเธอเหมือนจะเชื่อ  แต่บางทีสอนมากๆ  ก็แสดงอาการรำคาญ) เช้านั้นโรคเก๊าท์ผมก็กำเริบจนผมต้องทานยาระงับปวดและอุทิศบุญต่อ  ผมก็คิดว่านายเวรผมคงต้องการให้ภรรยาผมเห็นเพื่อเหตุผลว่า  ให้ผมรู้ว่ายังไม่เลิกราในการทำร้ายข้อเท้าผมด้วยโรคเก๊าท์  ก็แปลกดีว่าผมอยากส้มผัสชาวทิพย์ได้อย่างภรรยาบ้างกลับเจอแต่ในฝัน  เรื่องของกลิ่น  กับรูปเงานี่ไม่ค่อยเจอแฮะ  "
หรือไม่งั้นคงอยากจะสอนภรรยาผมทางอ้อมว่านายเวรแต่ละคนมีอยู่จริงนะ  "

Dr.Tik

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #108 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2009, 10:44:27 PM »
อ้างจาก: author=cow2505 link=topic=1133.msg15635#msg15635 date=1249481722
".. แผ่เมตตาหน่อยซิ ได้กลิ่นหอมเหมือนดอกกระดังงา "


เคยได้ยินหลวงพ่อเกษมบอกว่า ถ้าได้กลิ่นที่หอมๆ ชาวทิพย์ที่ส่งสัญญาณมักเป็น "เทวดา " หรือเป็นผู้ที่ค่อนข้างจะสบาย
แต่ถ้ากลิ่นที่เหม็นๆ นี่ ผู้ส่งสัญญาณมา ค่อนข้างลำบากอยู่
ควรรีบอุทิศบุญให้ทันทีค่ะ เพื่อสงเคราะห์กัน  /\

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #109 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2009, 11:42:06 PM »
"...เวลาได้กลิ่นเหม็นนี่มันก็ไม่ค่อยประหลาดใจ   เพราะในโลกนี้แหล่งที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นมันเกิดขึ้นมีเยอะมาก    :D :D /\  เลยไม่ค่อยจะทันได้คิดว่าเป็นการกระทำของชาวทิพย์ชั้นต่ำนะครับ... ;D  ถ้ากลิ่นหอมนี่เป็นเทวดาแล้วเราควรต้องอุทิศบุญไหมล่ะครับ "

Dr.Tik

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #110 เมื่อ: สิงหาคม 05, 2009, 11:57:15 PM »
แม้ท้าวสักกเทวราช ผู้เป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ยังต้องการบุญเลยค่ะ (ที่ปลอมตัวลงมามาใส่บาตรพระกัสสปเถระ)
ดังนั้น เทวดาชั้นผู้น้อย ก็ย่อมต้องการแน่นอนอยู่แล้ว 
อุทิศบุญให้เทวดา เทวดาย่อมรักษาค่ะ  /\

PREAM

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #111 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2009, 07:30:31 AM »
ต้องขอโทษ และขออภัยด้วยครัีบ  ผมจำผิดคนจริง ๆ  ก็นึกขำตัวเองอยู่เหมือนกันนะครับเนี่ย

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #112 เมื่อ: สิงหาคม 06, 2009, 05:31:16 PM »

"  ...เหตุการณ์ต่อเนื่องกับเรื่องนำนักเรียนไปที่โป่งก้อนเส้า   หลังจากคิดว่ามีชาวทิพย์มาทักในตอนตีห้า  วันถัดมาเขาพานักเรียนไปเดินป่าอีก  ผมรู้สึกว่าเราเดินช้าเพราะข้อไม่ดี  และไม่อยากทรมานสังขารจนเกินไป  จึงขอนอนเฝ้าบ้านพักคนเดียว   ตอนอยู่คนเดียวแม้เป็นกลางวันก็เสียวๆหลังเหมือนกันเพราะมันเงียบมาก 
มีผึ้ง 2 ตัว บินมาจ่อที่หูตอนนอนแต่มันบินเร็วและกระพือปีกเสียงดังมาก  และบินมาจ้องอยู่ที่หน้านิ่งๆผมหันหน้าหนีไปทางใหนผึ้งก็เหมือนว่าจะบินมามองหน้าท่าเดียว  คิดว่าอุปาทานหรือเปล่าไม่รู้   ก็เลยอุทิศบุญให้ผู้ควบคุมผึ้งสองตัวนั่นแม้จะไม่ได้มาขอบุญหรือคิดมากไปเองก็คงไม่เสียหาย(ไม่มาขอก็จะให้น่ะ   กันไว้ก่อนเพราะเคยได้ยินว่าผึ้งป่าดุร้ายกว่าผึ้งธรรมดา)   วิทยากรบอกนักเรียนว่าใครมาป่าต้องระวังความประพฤติคำพูดให้ดี  เพราะมีคนมาเที่ยวพูดจาไม่ระวัง โดนแตนป่าต่อยเอาหลายราย  และเล่าเรื่องนักท่องเที่ยวหลง วนอยู่ในป่าแคบๆทั้งวัน  เพราะไปดูถูกเจ้าป่าเจ้าเขา  จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปตามจึงหาทางออกมาได้ทั้งที่ป่าบริเวณนั้นไม่ได้ลึกและซับซ้อนอะไรมาก  แต่คงโดนชาวทิพย์เล่นงานเอา  พอนักเรียนกลับมาจากเดินป่าก็มีข่าวว่าถูกแตนต่อยปากบวม  พอเห็นหน้าผมก็หัวเราะเพราะเด็กคนนี้พูดจากระโชกโฮกฮากเป็นนิสัย   และเพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่าชอบด่า ถกเถียงกับแม่ตัวเองอย่างหยาบคายประจำ  ระหว่างเดินป่าเพื่อนก็บอกว่านักเรียนคนนี้พูดเสียงดังตลอดทาง   ก็แปลกที่มันต่อยคนเดียว และก็ต่อยที่ปาก เพื่อนๆของเขาพากันขำและสมน้ำหน้าหน่อยๆ 
   ....ด้วยเหตุนี้ผมจึงค่อนข้างใส่ใจกับตัวผึ้งตัวแตนที่บินว่อนไปมาในป่า  เพราะไม่รู้ว่าเรามีกรรมอะไรที่จะต้องโดนต่อยเอามั่งหรือเปล่า   แล้วก็แปลกว่ามันบินมาเกาะที่บ้านพักที่ผมอยู่ตลอดคืนเสียงร้องหึ่งๆ  ลืมถามว่าบ้านหลังอื่นมีผึ้งไปหาเยอะไหม  ถ้ามาหาเราคนเดียวก็แปลว่ามาขอบุญ  แต่ก็อุทิศบุญให้ตลอด  ผึ้งก็บินมาเกาะตัวกันที่หลอดไฟเหนือศรีษะของผมที่กำลังนั่งทานขนมหน้าชานบ้านพักตอนเช้า  เกาะแล้วก็ร่วงลงมาเป็นร้อยๆตัว เอาละนะ จะมาขอบุญหรือเปล่าไม่ทราบไม่มีญาณ  แต่ก็อุทิศให้ผู้พาผึ้งมาก็แล้วกัน  พอกลางวันมีแตนตัวหนึ่งบินมาตัวเดียวช้าๆ  เห็นมันก็เลยนั่งมองและอุทิศบุญให้แต่ไม่กลัวอะไรนักเพราะมันบินผ่านหน้าไปมาช้าๆ   แล้วจู่ๆก็คิดขึ้นมาเองว่า "นี่เจ้าแตน  อย่าบอกนะว่าจะมาตายตรงหน้านี้เพื่อจะมาขอบุญไปเกิดใหม่" คิดเสร็จก็ตำหนิตัวเองว่าคิดอะไรบ้าๆอย่างนั้นวะ  ตาก็มองแตนตัวนั้นตลอดจนมันเริ่มลงไปเดินบนพื้นข้างหน้าผมห่างไปจากปลายเท้าผมสัก 2  ฟุตกลับไปมาาหลายรอบ  ไม่กลัวมันก็จริงแต่ระวังว่าจะมาต่อยเอาเลยมองมันตลอด  สักครู่มันก็เริ่มเดินช้าและสะเปะสะปะ  ผมก็เฉยๆ คิดถามเล่นๆในใจว่า  อ้าว เป็นอะไรล่ะเจ้าแตน  เหนื่อยหรือไม่สบาย พอถามเสร็จสักหน่อยมันนอนหงายท้องขึ้นแล้วทำท่าชักดิ้นชักงอ  เริ่มกลัวมันตายเลยอุทิศบุญให้มัน  โดยลืมคิดไปว่ามันยังรับไม่ได้  ขอให้บุญกุศลของเราช่วยให้แตนตัวนี้หายทรมานที่เถิด  อย่าตายนะ เราคิดเล่นๆเฉยๆ   ปรากฏว่าไม่นานมันก็สิ้นใจต่อหน้าต่อตา  ผมก็ขนลุกหน่อยๆว่าเรารู้ได้ไงว่ามันจะตายเลยรีบอุทิศบุญให้วิญญาณเจ้าแตนตัวนี้ทันที  เพราะคิดว่า มันคงรู้ว่าตัวจะตาย  ญาติในแดนทิพย์ของมันพามันมาตายต่อหน้าผมเพราะรู้ว่าผมคงให้บุญติดตัวมันไปแน่ๆ   สงสัยว่าชาวทิพย์จะส่งสัญญานความคิดมาบอกว่าแตนตัวนี้กำลังจะตายหรือเปล่า  ทำให้เราต้องนั่งมองมันตลอดจากบินอยู่จนลงเดินแล้วก็ชักงอตายต่อหน้า   เรื่องนี้คิดผมเอาเองครับจะใช่หรือไม่มันก็มาตายต่อหน้าผมและได้รับบุญจากผมตอนสิ้นใจไปหมาดๆพอดี  ถือว่าแตนตัวนี้โชคดีอยู่บ้าง..(เดาเอาว่าบุญที่ผมให้คงทันเวลาตอนจิตมันหลุดจากร่าง)

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #113 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2009, 08:11:31 PM »
"....เมื่อวานนี้(3  ต.ค. 52)  พ่อและแม่ของภรรยาผมมาเยี่ยมคุณตาที่บ้านญาติในอำเภอเมือง โคราช  ผมเห็นได้โอกาสดีเลยบอกภรรยาว่าได้โอกาสทำบุญใหญ่แล้ว   เธอก็ทำท่างงๆ  ผมเลยบอกว่าก็ให้พาคุณพ่อคุณแม่ของเธอไปเลี้ยง   เพราะพรุ่งนี(4  ต.ค.52)เป็นวันออกพรรษาทำบุญกับพระอรหันต์หน่อย.....แล้วก็สาธยายบุญคุณพ่อแม่ที่มีต่อลูก  ให้ภรรยาฟังเธอจะเข้าใจมากน้อยหรือเปล่าไม่ทราบ  แต่เธอก็ทำตาม ดูแล้วพ่อแม่เธอมีความสุขมาก ผมก็แอบยินดีในบุญที่เธอทำ  เพราะนั่งมองเธอตักอาหารให้คุณพ่อคุณแม่ของเธอแล้วปลาบปลื้มใจไปด้วย    ผมนะก็อุทิศบุญตามระเบียบ  แต่ภรรยาผมผู้เลี้ยงดูพ่อแม่อยู่ได้บุญเยอะแน่ๆ(ตามที่ผู้ศึกษาพุทธทั่วไปก็ทราบดี)  แต่เธอไม่ค่อยอุทิศบุญเพราะยังไม่ศรัทธาแรงกล้า...  ก็แน่แหละได้บุญเยอะอย่างนี้ไม่อุทิศบุญ"เขา"ก็มาทวงซิครับ[/color]   
....ตกกลางคืนผมมีนัดไปคุยสนทนาวิสาสะกับเพื่อนที่บ้านพักในโรงเรียน  ภรรยาก็ตามมาด้วยไปทำงานอยู่บนอาคารเรียนซึ่งคืนวันนั้นก็แปลกไฟด้บบนถนนและบางจุดบนอาคารที่ภรรยาผมไปทำงานก็ดับ    ให้ภารโรงเวรกับครูเวรตามช่างไฟฟ้ามาแก้ไขสองครั้ง  เปิดติดแล้วก็ดับ  สุดท้ายหน้าอาคารทั้งชั้นไฟไม่ติด  แต่ในห้องทำงานของภรรยาติด  ก็ถามว่ากล้าอยู่ไหมคนเดียว  เธอว่ากล้าเพราะจำเป็นต้องรีบทำงานให้เสร็จ  ผมเลยทิ้งเธอทำงานคนเดียว  แยกตัวไปคุยกับเพื่อนที่บ้านพักครูนั่งดูฟุตบอลกัน สัก 1 ชัวโมง  ราวๆ  22.00 น.  เธอโทรศัพท์มาบอกว่าให้รีบมารับด่วนเพราะเจอเงาอะไรไม่รู้วูบๆวาบ  อยู่หน้าระเบียงอาคารที่ไฟฟ้าดับตลอดอยู่  ...ผมรู้ว่าเธอสัมผัสพวกนี้ได้พอประมาณ  ค่อนข้างเชือว่าเธอพูดจริง...พอรับเธอมาก็สอบถามละเอียด  เธอว่าเธอนั่งหันหลังให้ประตูที่ตรงกับระเบียง ซึ่งมีแสงไฟสลัวจากที่อื่นมาพอ มองเห็นอะไรได้ลางๆ  แต่เงามืดดำที่ว่าเหมือนตัวคนขนาดเท่าๆนักเรียนกระโดดขึ้นลงระหว่างที่นั่งหน้าระเบียงกับทางเดินระเบียงอาคารเรียน  กระโดดสลับไปมาและก็มีทิศทางคืบหน้ามาหาห้องที่เธอนั่งอยู่   ห่างไปสัก  10- 15  เมตร  เธออยู่ในห้องที่สว่างก็เลยเพ่งสายตามองดู  สักครู่ภาพนั้นก็หายไป  เธอเลยปลอบใจตัวเองว่าคงตาฝาด  ก็เลยหันหน้ากลับมาที่จอคอมพิวเตอร์เธอบอกว่ารู้สึกเหมือนมีคนพุ่งมายืนประชิดด้านหลัง  จึงหันกลับไปใหม่  ก็เจอภาพเดิม....เธอเลยตกใจกลัวตัวสั่นเพราะเจ้าเงาดำนั่นเคลื่อนเข้ามาหาเธอช้าๆด้วยการกระโดดอย่างทีว่านั้นเหมือนที่เห็นครั้งแรก    ผมก็พูดออกไปโดยไม่ต้องคิดมากว่า  แล้วอุทิศบุญให้เขาหรือยัง    ตอนนี้เธอเริ่มถามด้วยความสนใจว่าทำไงล่ะพี่  ผมก็เลยอธิบายวิธีไป...." (เล่าให้ฟังพอมีเรื่องอ่านกันเล่นๆครับ)

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #114 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 06:47:10 PM »
"..ความจริงมีเรื่องเล่าให้ฟังเยอะแยะมากมาย   แต่ที่เงียบๆไปเพราะทบทวนดูแล้วกลัวว่าบางเรื่องจะอุปาทานแต่งเรื่องเข้าใจไปเองหรือเปล่า   แต่ทุกครั้งที่ได้ยินได้เห็นอะไรจะคิดกลับไปกลับมาหลายเที่ยวว่าที่เข้าใจนั่นถูกไหม คิดไปคิดมาบางเรื่องก็ต้องมีส่วนเป็นดังคิด   อันไหนมันเข้าใจผิดไปก็ขอขมาผู้อ่านก็แล้วกัน  เพราะอยากให้ศรัทธาลองทำเรื่องอุทิศบุญกันเยอะๆ....ว่าแล้วก็ตัดสินใจเล่าต่อ....
   เมื่อ 2 คืนก่อน นอนไม่หลับกลางดึกลุกมาดูทีวีข้างนอกห้องนอน  พอเปิดประตูปั๊บ  เสียงเหมือนมีของตกจากที่สูงร่วงสู่พื้นหน้าบ้าน  ที่สำคัญเสียงเหมือนมีลูกแก้วกลมตกลงมาถูกพื้นด้วย  ตกใจนิดหน่อย  ใจก็คิดว่าคงเป็นชาวทิพย์มาขอบุญอีก ทบทวนว่าอุปาทานหรือเปล่า  คิดดูแล้วคงไม่อุปาทานเพราะหน้าบ้านไม่มีโต๊ะม้านั่งหรือะไรที่จะมีของอะไรตกลงมได้แม้แต่นิดหนึ่ง  ก็อุทิศบุญตามระเบียบ... "

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #115 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 07:10:01 PM »
" เมื่อคืนพอล้มตัวลงนอนอากาศเริ่มเย็น  จมูกจะเริ่มตันช้าๆ รู้สูกเหมือนมีนำมูกเอ่ออยู่ในโพรงจมูก   อึดอัดทรมาน  ทำไงดีน๊า  ด้วยเหตุที่พึ่งพุทธ  ธรรม  สงฆ์จนชิน  ก็ส่งใจไปจ่อเข้าที่โพรงจมูก  "ขออำนาจพุทธ  ธรรม  สงฆ์  จงบันดาลบุญข้าให้ถึงแก่นายเวรและเชื้อโรคที่รบกวนโพงจมูกข้า"  รอบเดียวเหมือนผนังในโพรงจมูกที่ตัน โล่งออกมานิดนึง คิดรอบสองจมูกก็โล่งเพิ่มขึ้นทีละน้อย  คิดประมาณ  5-6 รอบจมูกโล่งเลย  ใช้เวล่าไม่ถึงนาที   อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย   แต่บางทีถ้าไม่ระลึกไว้จนชินก็ลืมๆไปปล่อยให้โพรงจมูกตันอยู่อย่างนั้นทรมานเล่นๆทั้งที่วิแก้ง่ายๆยังงี้  ..... บางที่แสบโพรงจมูกเพราะออกอาการหวัดก็ใช้ได้ดีนะครับลองดูเคยทำหายมาหลายครั้งแล้ว..."

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #116 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 07:45:13 PM »
"   โรคกระจิ๊บกระจ้อย  ใช้อำนาจพุทธ  ธรรม   สงฆ์  เบิกบุญมาให้นายเวรกับเชื้อโรคแล้วมันหายขาดไปหลายเรื่องเช่นไข้หวัด  ปวดหัว  ตัวร้อน  แต่ที่เป็นๆหายๆ ทั้งที้อุทิศบุญมานานก็คงจะเป็นโรคเก๊าท์  เดาเอาว่านายเวรคงมีมากอุทิศให้แล้วกลุ่มใหม่ก็มาอีก  หรือไม่งั้นบาปนี้คงหนักเอาการนายเวรจึงไม่ยอมเลิกรา  ทั้งที่อุทิศบุญถี่บ้าง  ห่างบ้างมา 2 - 3 ปีแล้ว....หลวงปู่เคยบอกว่าถ้าทำแล้วมันไม่หายก็ให้รู้ซะว่าบาปเรามันหนัก (ก็ต้องรับเอา)....
     แต่ก็ต้องเลิกล้มความคิดว่าเราอุทิศบุญให้นายเวรไม่ได้ผล(เฉพาะโรคไต)  เพราะว่าผมทานยาสมุนไพรตามที่เคยเล่าให้ฟังแต่ต้นแล้วอาการก็ทรงๆอยู่เหมือนจะดีไม่ดี   มีผู้ป่วยโรคไตแบบเดียวกัน 2 ราย มาหาผมที้บ้านเพื่อถามเรื่องยาสมุนไพรที่ทานอยู่เค้าทั้งสองรายก็พาดันไปทานยาสมุนไพรตามที่ผมแนะไปหา ผมฟังอาการของเขาผมก็บอกว่าอาการไม่หนักเท่าผมหรอกหายแน่ๆ ถ้ากินยาแบบผมนี่ผมก็พออยู่ได้นะแม้ไม่ดีร้อยเอร์เซ็นก็ตาม   แต่ที่ผมไม่ได้แนะเขาไปว่าผมทำอีกอย่างควบคู่ไปด้วยคืออุทิศบุญ   เหตุที่ไม่บอกก็เพราะดูแล้วเขาคงเชื่อยาก   
     พอผ่านมา ไม่กี่เดือนคนที่เป็นโรคไตที่ผมแนะนำไปคนหนึ่งก็ตายไปเพราะกินยานั่นไม่ได้ กินแล้วอาเจียร  เมื่อเร็วๆนี้ญาติของรายที่ 2 เขามาเล่าให้ฟังว่า  ญาติเขาตอนนี้ต้องล้างไตแล้ว ผมได้ยินก็ตกใจ  ญาติเขายืนยันว่าเคยเห็นผมป่วย(ก่อนอุทิศบุญเป็น)  มีสายยางเสียบเอวอยู่เป็นเดือนๆ เขายืนยันว่าอาการของผมน่ากลัวกว่าญาติเขาที่ป่วยมาก.
เขามองผมกึ่งประหลาดใจมากว่าดีกว่าเมือกอ่น  เขาบอกว่า"ขอโทษนะอาจารย์  ดิฉันเห็นตอนนั้นฉันว่าอาจารย์ไม่รอดแน่(ตาย)"  ญาติของเขาไม่หนักเท่านี้  แต่ตอนนี้ต้องล้างไตในห้องปลอดเชื้อด้วย[/color]"  จำไม่ได้ว่าต้องล้างบ่อยแค่ใหน  "   

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #117 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 08:00:40 PM »
".....ผมยังปวดท้องปวดเอวเป็นระยะๆ  ยิ่งเวลาอากาศหนาวๆจะเป็นไข้ ตัวร้อนง่าย  ก็เลยคิดว่าไตคงไม่ดีขึ้นมันจะทรุดหรือเปล่าก็ไม่อยากไปตรวจ   ยาสมุนไพรของหมอแผนไทยที่เคยทานก็ทานบ้าง   หยุดบ้าง   คิดว่าตัวเองไม่หายขาด แต่พอเทียบกับผู้ป่วยโรคเดียวกัน  กินยาหมอสมุนไพรเดียวกัน  อาการของเขาไม่หนักเท่าผม  แต่พอเวลาผ่านไปอีกคนตายไปแล้ว  อีกคนกำลังป่วยทรุดหนัก   ต้องล้างไต    ทำไมผมยังไม่ทรุด (แม้จะรู้สึกว่าอาการไม่กระเตื้องมากนัก  แต่ก็อยู่มาได้เรื่อยๆ)   ผมก็สรุปว่า  2 คนนั่น  เป็นโรคเดียวกัน  กินยาเดียวกัน  แต่ผมก็ดีขึ้นแม้จะยังไม่หายขาด  ทั้งนี้ข้อแตกต่างระหว่างผมกับ 2 รายนั่นคือ  ผมอุทิศบุญ   แต่ 2 คนนั่นไม่ได้อุทิศ.....คิดได้อย่างนี้ก็ขอบคุณหลวงปู่เกษมที่ทำให้รู้จักวิธีการอุทิบุญนี้ ท่านให้ขีวิตผม  [/color] เท่านี้ก็ไม่ต้องบรรยายต่อแล้วแหละครับ "   

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #118 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2009, 08:19:42 PM »
"  ฉะนั้นถ้าใครเอาปืนมาจ่อหัวแล้วให้เปลี่ยนไปเชื่อว่า   การอุทิศบุญไม่มี หรือไม่ได้ผลหรอก  ผมก็จะยังคงเชื่อและยืนยันว่าทำได้จริงมีผลดีจริง   อำนาจพระรัตนตรัยเป็นเรื่องเกินบรรยายจริงๆ..."

cow2505

Re: ขอเล่าด้วยคน
« ตอบกลับ #119 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2009, 07:56:55 PM »
" เมื่อไม่นานมานี่  ผมเพิ่งรู้ว่า ทำไมภรรยาผมจึงรู้สึกหงุดหงิด  ไม่พอใจเวลาผมได้รับซีดีหลวงปู่เกษมมาเปิดดู   เธอถามอย่างกลัวๆในคำตอบของผมว่า  พี่เกษียณแล้วจะหนีหนูไปบวชเหรอ " ผมมองหน้าเธอ เห็นแววตาของความกลัวว่าผมจะทิ้งเธอไปทำอย่างนั้น    สมองผมก็ประมวลควมคิดทันทีว่าทำไมเธอถึงกลัวและถามอย่างนั้น   
          อย่างแรกผมเคยพูดกับหลายคนว่าอยากบวชตลอดชีวิต  อยากไปนิพพานตั้งแต่กำลังศรัทธาอย่างขาดปัญญาสมัยหนุ่มๆ
และเคยเล่าว่ามีหมอดูทักว่าหลังอายุ 60 ปี ผมจะออกบวชแล้วผมจะตายคาผ้าเหลือง  แล้วตาย(มรณภาพ)ในท่านั่งสมาธิ(เท่ห์ซะไม่มีล่ะ  แต่มีหมอดูทักอย่างนั้นจริงๆ  ตรงกับความฝันบ้าๆบอๆสมัยคลั่งสมาธิจริงๆเล้ยย...ขอโทษทีเล่าความบ้าของตัวเองให้ผู้อ่านฟัง)  ตอนบวชครั้งแรกอยากบวชวัดพระกรรมฐานแม่ไปดูตำรามาก็บอกว่า  บวชแล้วไม่ม่ฤกษ์สึก  (ผมคิดในใจไม่มีฤกษ์สึกก็ไม่สึกซิ)  แต่แม่ไม่ยอม  ก็เลยขู่แม่ว่าถ้าปีนั้นไม่ให้บวชจะไม่บวชให้อีกเลย  แม่ก็เลยยอมแต่ห้ามบวชเอาพรรษา"